Switch to: uk
23 June 2017 21:53PM

สิ่งทอเร่งปรับตัวรับนโยบายขึ้นค่าแรง

19 Aug 11 ,  Chalermphol C.
  • 0

อุตฯ สิ่งทอเร่งปรับ Business process ให้ lean ด้านอุตฯ เครื่องนุ่งห่ม ย้ายฐานการผลิตไปประเทศแรงงานถูก แก้ปัญหาค่าแรงงานที่ปรับสูงขึ้น

 

pirun

 

คุณปิลันธน์ ธรรมมงคล ประธานสหพันธ์อุตสาหกรรมสิ่งทอแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงกรณีที่รัฐบาลมีนโยบายปรับค่าแรงขึ้นเป็น 300 บาทว่า ขณะนี้ภายในสหพันธ์ฯ ได้มีการหารือกับสมาชิกเพื่อหาทางออก อาทิ การลดต้นทุนค่าไฟฟ้า การปรับเรื่องเทคโนโลยี ใช้เครื่องจักรอัตโนมัติเพื่อทดแทนแรงงานคน

 

“บริษัทผมเองมีที่ปรึกษาเป็นคนอิตาลี ได้ให้ข้อมูลวิธีการบริหารในอุตสาหกรรมฟอก ย้อม ของอิตาลีว่า บริษัทอิตาลีมีกำลังการผลิต 1 ล้านหลาต่อเดือน ใช้คนงาน 40 คน ในขณะที่บริษัทผมใช้คนถึง 130 คน ต้องมีการวางแผนปรับระบบการบริหารในองค์กรห้กระชับทำงานได้รวดเร็วขึ้น มากว่าจะปรับราคาสินค้า”

 

ต่อกรณีที่รัฐบาลมีนโยบายปรับค่าแรงเป็น 300 บาทนั้น ทางอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย ได้สำรวจว่า หากค่าแรงปรับขึ้นเป็น 300 บาท และอุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ำ มีการปรับราคาสินค้า ทำให้เสื้อผ้าปรับราคาขึ้นถึง 12-18%

 

sukit

 

นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย คุณสุกิจ คงปิยาจารย์ เปิดเผยว่า แม้ว่าในปี 2015 ที่จะเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และมีการเคลื่อนย้ายแรงงานได้อย่างเสรี แต่ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยาก เนื่องจากแต่ละประเทศมีค่าแรงต่างกัน ถ้าหากค่าแรงไทยปรับสูงขึ้นกว่าประเทศอื่น แรงงานจากต่างประเทศจะไหลเข้ามาในประเทศไทย และในอีก 5-10 ปีข้างหน้า เรื่องอาหารเป็นปัจจัยในการอยู่รอดของแต่ละประเทศ สินค้าเกษตรจะราคาสูง ทำให้แรงงานจะไหลไปทางภาคเกษตร

 

“ปัจจุบันที่ไต้หวันยังมีอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มอยู่ แต่เป็นโรงงานขนาดเล็ก มีคนประมาณ 200-300 คน การไปลงทุนในต่างประเทศเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้แต่โรงงานขนาดกลางหรือขนาดเล็กก็สามารถทำได้ เพียงแค่เปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนวิธีการบริหาร ต้องจัดระบบองค์กรให้ lean แบ่งเป็น unit เล็กๆ จะทำให้มองเห็นปัญหาง่าย ทำงานสะดวก เร็วขึ้น และอนาคตอุตสาหกรรมการ์เมนท์จะแข่งกันที่ speed to market, flexiblilty และนวัตกรรม”

 

คุณปิลันธน์ กล่าวเสริมว่า หากทางอุตสาหกรรมการ์เมนท์ ย้ายฐานการผลิตไปประเทศเพื่อนบ้านที่มีค่าแรงต่ำ ทางอุตสาหกรรมต้นน้ำ ยังคงสามารถ supply วัตถุดิบให้ได้ เพราะประเทศไทยมีที่ตั้งอยู่ศูนย์กลางประเทศที่มีแรงงานถูก ซึ่งสามารถทำโลจิสติกส์ได้ดี การกระจายวัตถุดิบไปยังประเทศเหล่านั้นก็สามารถทำได้โดยอาศัยข้อตกลง FTA ของอาเซียน กับประเทศคู่ค้าเพื่อใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี

 

“ปัจจุบันผ้าผืนของไทยส่งออกไปยังอาเซียนเพิ่มขึ้นแทนตลาดสหรัฐฯ และยุโรป เพราะมีเรื่องสิทธิประโยชน์ทางภาษี อาทิ บริษัทผลิตหมวกในเวียดนามมีลูกค้าญี่ปุ่น ต้องการผ้าลินิน แต่เขาไม่ต้องการ source ผ้าในญี่ปุ่นเพราะราคาแพง จึงให้ทางเวียดนามหาแหล่งผลิตผ้าก็คือประเทศไทย” คุณปิลันธน์ กล่าว