Switch to: uk
25 March 2017 18:07PM

ข้อตกลงทางการค้าเสรีทวิภาคีระหว่างเวียดนามและสหภาพยุโรปที่จะมีผลบังคับใช้ในปี 2561

08 Feb 16 ,  สิริวรรณ กิตติเนาวรัตน์
  • 0
ข้อตกลงทางการค้าเสรีทวิภาคีระหว่างเวียดนามและสหภาพยุโรป ได้มีการเซ็นสัญญาขึ้นเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2558 ที่เมืองบรัลเซลส์ ซึ่งได้มีการเจรจาระหว่างกันอย่างต่อเนื่องเป็นจำนวน 14 ครั้งในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา ทั้งเวียดนามและสหภาพยุโรปเห็นพ้องร่วมกันว่า ควรจะสร้างกระบวนการการให้สัตยาบันทางด้านข้อตกลงทางการค้าต่างๆ ให้เสร็จสิ้นสมบรูณ์โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อทำให้ข้อสัญญาที่ได้ทำการตกลงกันไว้มีผลการบังคับใช้ในต้นปี 2561 ซึ่งข้อตกลงทางการค้าเสรีทวิภาคีระหว่างเวียดนามและสหภาพยุโรป จะเพิกถอนพิกัดอัตราศุลกากรมากกว่าร้อยละ 99 ของสินค้า ในช่วงเวลาที่มากถึง 7 ปี ซึ่งข้อตลกลงสัญญาทางการค้าเสรีดังกล่าว จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขันให้กับเวียดนามเพิ่มมากขึ้น และจะเป็นการเปิดโอกาสให้กับชาวเวียดนามสามารถแทรกแซงการส่งออกเข้าไปในตลาดของยุโรปเพิ่มมากขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ข้อสัญญาทางการค้านี้ได้แสดงถึงเจตจำนงของสหภาพยุโรป ที่จะเข้ามาเป็นผู้ร่วมหรือหุ้นส่วนที่สำคัญในการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้กับเวียดนาม สหภาพยุโรปกลายมาเป็นนักลงทุนในเวียดนามที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 3 เมื่อต้นปี 2558 ซึ่งเลื่อนขึ้นมาจากอันดับที่ 6 ในปี 2557 และตอนนี้สหภาพยุโรปกลายมาเป็นคู่ค้ากับเวียดนามที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากจีน และเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 สำหรับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รองจากสหรัฐอเมริกา
เวียดนามส่งออกโทรศัพท์เคลื่อนที่ อิเล็กทรอนิกส์ รองเท้า สิ่งทอ และผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตรเช่น กาแฟ ข้าว และอาหารทะเลไปที่สหภาพยุโรป และนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้เทคโนโลยีที่สูง เช่น เครื่องจักรและอุปกรณ์ทางไฟฟ้า เครื่องบิน ยานยนต์ และยาจากประเทศต่างๆ ในสหภาพยุโรป (ข้อมูลจาก: www.fibre2fashion.com)

ข้อตกลงทางการค้าเสรีทวิภาคีระหว่างเวียดนามและสหภาพยุโรป ได้มีการเซ็นสัญญาขึ้นเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2558 ที่เมืองบรัลเซลส์ ซึ่งได้มีการเจรจาระหว่างกันอย่างต่อเนื่องเป็นจำนวน 14 ครั้งในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา ทั้งเวียดนามและสหภาพยุโรปเห็นพ้องร่วมกันว่า ควรจะสร้างกระบวนการการให้สัตยาบันทางด้านข้อตกลงทางการค้าต่างๆ ให้เสร็จสิ้นสมบรูณ์โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อทำให้ข้อสัญญาที่ได้ทำการตกลงกันไว้มีผลการบังคับใช้ในต้นปี 2561

 

VNEU

 

ซึ่งข้อตกลงทางการค้าเสรีทวิภาคีระหว่างเวียดนามและสหภาพยุโรป จะเพิกถอนพิกัดอัตราศุลกากรมากกว่าร้อยละ 99 ของสินค้า ในช่วงเวลาที่มากถึง 7 ปี ซึ่งข้อตลกลงสัญญาทางการค้าเสรีดังกล่าว จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขันให้กับเวียดนามเพิ่มมากขึ้น และจะเป็นการเปิดโอกาสให้กับชาวเวียดนามสามารถแทรกแซงการส่งออกเข้าไปในตลาดของยุโรปเพิ่มมากขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

ข้อสัญญาทางการค้านี้ได้แสดงถึงเจตจำนงของสหภาพยุโรป ที่จะเข้ามาเป็นผู้ร่วมหรือหุ้นส่วนที่สำคัญในการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้กับเวียดนาม สหภาพยุโรปกลายมาเป็นนักลงทุนในเวียดนามที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 3 เมื่อต้นปี 2558 ซึ่งเลื่อนขึ้นมาจากอันดับที่ 6 ในปี 2557 และตอนนี้สหภาพยุโรปกลายมาเป็นคู่ค้ากับเวียดนามที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากจีน และเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 สำหรับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รองจากสหรัฐอเมริกา

 

เวียดนามส่งออกโทรศัพท์เคลื่อนที่ อิเล็กทรอนิกส์ รองเท้า สิ่งทอ และผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตรเช่น กาแฟ ข้าว และอาหารทะเลไปที่สหภาพยุโรป และนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้เทคโนโลยีที่สูง เช่น เครื่องจักรและอุปกรณ์ทางไฟฟ้า เครื่องบิน ยานยนต์ และยาจากประเทศต่างๆ ในสหภาพยุโรป (ข้อมูลจาก: www.fibre2fashion.com)