Switch to: uk
29 June 2017 06:36AM

เกาะเทรนด์ผ้าอนามัย กลางคืน-บางเฉียบ ขยายตลาด 4.3 พันล้าน

14 Oct 11 ,  siamturakij.com
  • 0

ตลาดรวมผ้าอนามัยและแผ่นอนามัยในประเทศ มีมูลค่าประมาณ 4.3 พันล้านบาท แบ่งเป็นผ้าอนามัย 88% แผ่นอนามัย 12% โดยปีนี้คาดการณ์ว่าตลาดรวมจะเติบโตขึ้น 2% สัดส่วนของการใช้ผ้าอนามัยสำหรับกลางคืน คิดเป็น 40% จากตลาดรวม อีก 60% เป็นผ้าอนามัยแบบกลางวัน ปัจจุบันมีผู้ใช้ผ้าอนามัยสำหรับกลางคืนประมาณ 50% หรือ ใน 2 คน จะมีผู้ใช้เพียง 1 คน ส่งผลให้ทิศทางการเติบโตของผ้าอนามัยสำหรับกลางคืนยังมีทิศทางที่ดีอัตราการใช้ผ้าอนามัยของผู้หญิงไทยในปัจจุบันอยู่ที่ 14-15 แผ่นต่อเดือน นับเป็นอัตราที่เติบโตขึ้นจากอดีต เนื่องจากการเข้ามาของผ้าอนามัยแบบบาง ซึ่งอาจจะทำให้ผู้บริโภคยังกังวลในเรื่องของประสิทธิภาพในการซึมซับ “โซฟี” เป็นแบรนด์ผู้นำตลาดผ้าอนามัยในปัจจุบัน โดยระบุว่าจนถึง ณ ขณะนี้ โซฟีมีส่วนแบ่งตลาดที่ 50% โดยปีที่ผ่านมาแบรนด์โซฟี มีรายได้ 2 พันล้านบาท (เม.ย.2553-มี.ค.2554) คิดเป็น 25% จากรายได้รวมของบริษัท โดยปีที่ผ่านมา บริษัท ยูนิชาร์ม (ประเทศไทย) จำกัด มีรายได้ประมาณ 1 หมื่นล้าน บาท แบ่งเป็นภายในประเทศ 85% การส่งออก 15% ยอดขายของโซฟี แบ่งเป็นผ้าอนามัย 91% แผ่นอนามัย 9% และเป็นผ้าอนามัยสำหรับกลางวัน 60% ผ้าอนามัยสำหรับกลางคืน 40% โดยในส่วนของอนามัย แบ่งเป็นโซฟี อัลตร้า สลิม 40% ที่เหลือ 60% คือแบบแม็กซี่และสลิม


นายทาคูมิ เทรากาว่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิชาร์ม (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตผ้าอนามัยและแผ่นอนามัย “โซฟีิ” กล่าวว่า กลุ่มผ้าอนามัยแบบบางเฉียบ (อัลตร้า สลิม) ถือเป็นกลุ่มที่โซฟีให้ความสำคัญในการทำตลาดต่อจากนี้ไป เช่นเดียวกับการกระตุ้นการใช้ผ้าอนามัยสำหรับกลางคืน โดยปัจจุบันพบว่า กลุ่มลูกค้าที่ใช้ผ้าอนามัยแบบอัลตร้า สลิม มีอยู่ 30% ในกรุงเทพฯ และ 3% ในต่างจังหวัด จึงคาดว่าตลาดจะขยายตัวได้อีกมาก เนื่องจากเป็นเทรนด์ของผ้าอนามัยในตลาดโลกที่จะมีความบางลงแต่มีประสิทธิภาพในการซึมซับที่ดีเยี่ยม ผ้าอนามัยแบบอัลตร้า สลิม ยังเป็นอีกแนวทางการกระตุ้นการเติบโตทางด้านมูลค่าของผ้าอนามัย โดยสิ่งที่โซฟีจะทำการกระตุ้นตลาดผ้าอนามัยแบบอัลตร้า สลิม คือ สร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคชาวไทย ซึ่งยังลังเลต่อประสิทธิภาพของการใช้ผ้าอนามัยแบบบางเฉียบ โดยใช้สื่อต่างๆ เข้ามาเป็นเครื่องมือ

นายทาคูมิ กล่าวว่า เทรนด์ของการใช้ผ้าอนามัยแบบบาง เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในทิศทางเดียวกันทั่วโลก ยกตัวอย่างในประเทศจีน มีอัตราการใช้ผ้าอนามัยแบบอัลตร้า สลิม ถึง 80% ดังนั้น โซฟีจึงหวังว่าอัตราส่วนดังกล่าวจะเกิดขึ้นกับผู้หญิงไทยในอนาคต ดังนั้น ทิศทางการแนะนำสินค้าใหม่ของโซฟีในปีหน้า จึงให้ความสำคัญกับการออกรุ่นบางพิเศษแต่มีประสิทธิภาพในการซึมซับที่ดีขึ้น และเพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาด ล่าสุดโซฟีได้ทุ่มงบประมาณกว่า60 ล้านบาท โชว์ Branding Idea ใหม่ “ก้าวไปข้างหน้า เพื่อเปล่งประกาย” สร้างการรับรู้เกี่ยวกับแนวคิดของแบรนด์และสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้มีความแข็งแกร่งในกลุ่มคนรุ่นใหม่ พร้อมเปิดแคมเปญ “Make a Step to Outshine” เพื่อเปิดโอกาสให้สาวๆ รุ่นใหม่ ลุกขึ้นมาท้าทายและก้าวตามความฝันอย่างมั่นใจ ผ่านกิจกรรมชื่อ “Sofy Dream Street” แคมเปญดังกล่าวมีกลุ่มเป้าหมายอายุระหว่าง 20-29 ปี ผ่านรูปแบบการสื่อสารแบบแมส มีเดีย (Mass Media) เช่น ภาพยนตร์โฆษณาเรื่องล่าสุด ที่ยังคงได้ดาราสาวซูเปอร์สตาร์อย่าง “แพนเค้ก - เขมนิจ จามิกรณ์” มาร่วมเป็นพรีเซ็นเตอร์และเป็น ตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ท้าทายและก้าวตามความฝันอย่างมั่นใจ รวมถึงการโฆษณาผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ และแบบโซเชียล มีเดีย (Social Media) เพื่อดึงกลุ่มเป้าหมายให้เข้ามามีส่วน ร่วมกับแบรนด์มากขึ้นผ่านสื่อออนไลน์ทั้งเว็บไซต์ www.sofy. co.th และโซเชียล เน็ตเวิร์ก www.facebook.com/sofy thailand ซึ่งปัจจุบันมียอดสมาชิกกว่า 2,200 คน ในระยะเวลาเพียง 3 สัปดาห์

กิจกรรมนี้ถือเป็นการใช้กลยุทธ์ Emotional Marketing เพื่อสร้าง ความพึงพอใจ และมีส่วนร่วมต่อแบรนด์จากภาพลักษณ์ที่สื่อสารออกไป จากแต่เดิมโซฟีเป็นแบรนด์ที่มีรูปแบบการสื่อสารผ่านนวัตกรรมของตัวสินค้าเป็นหลักเป้าหมายทางด้านรายได้ของโซฟีในปีนี้ คาดว่าจะเติบโตที่ 6% ขณะที่รายได้รวมของบริษัทจะเติบโต 20% ขณะที่ปัญหาของเหตุการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ ยังไม่ส่งผลกระทบต่อบริษัท แต่จะส่งผลกระทบต่อการขนส่งสินค้า และร้านค้าย่อยในบางพื้นที่ด้านแบรนด์ “ลอรีเอะ” ภายใต้การทำตลาดของ บริษัท คาโอ คอมเมอร์เชียล (ประเทศไทย) จำกัด แบรนด์อันดับ 2 ในตลาด ซึ่งเป็นคู่แข่งโดยตรงของ “โซฟี” เนื่องจากมีการนำเสนอนวัตกรรมผ้าอนามัยในทิศทางเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นแบบแม็กซี่ สลิม และอัลตร้า สลิม ทั้งแบบกลางวันและกลางคืน และมีการทำกิจกรรมกระตุ้นตลาดอย่างต่อเนื่อง ผ่านทางเว็บไซต์ และสื่อสังคมออนไลน์ และมี พลอย-เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ ซึ่งมีภาพลักษณ์แห่งความมั่นใจเป็นพรีเซ็นเตอร์อีกด้วยความเคลื่อนไหวของลอรีเอะในปัจจุบัน มีการใช้กิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง อาทิ ช่องทางเฟซบุ๊กของลอรีเอะ ซึ่งมีแฟนเพจกว่า 7 พันคน มีกิจกรรมเกม Lourier Let’s You Free ลุ้นรางวัลไอแพด 2 และของรางวัลอื่นๆ