Switch to: uk
27 April 2017 09:29AM

ญี่ปุ่นช่วยกระดับไหมไทย

16 May 16 ,  Chalermphol
  • 0
จังหวัดเกียวโตมีนโยบายพัฒนาอุตสาหกรรมไหมร่วมกับประเทศไทย ตั้งเป้าพัฒนาอุตสาหรรมไหมของทั้ง 2 ประเทศ ให้สามารถขยายไปสู่อุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น การแพทย์และอาหาร

จังหวัดเกียวโตมีนโยบายพัฒนาอุตสาหกรรมไหมร่วมกับประเทศไทย ตั้งเป้าพัฒนาอุตสาหรรมไหมของทั้ง 2 ประเทศ ให้สามารถขยายไปสู่อุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น การแพทย์และอาหาร

 

นายประสงค์ นิลบรรจง รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ประชุมร่วมกับ นายอะคิมาสะ ยามาชิตะ (Mr.Akimasa Yamashita) รองผู้ว่าราชการจังหวัดเกียวโต พร้อมคณะผู้ประกอบการจากจังหวัดเกียวโต พร้อมหารือในประเด็นต่างๆ ร่วมกัน  หนึ่งในประเด็นนั้นคือความร่วมมือการพัฒนาไหมไทย

 

SilkThai

 

เนื่องจากจังหวัดเกียวโตมีสภาพอากาศไม่เหมาะสมในการปลูกหม่อนเลี้ยง จึงมีอุปสรรคในการพัฒนาอุตสาหกรรมไหม ทางจังหวัดเกียวโตจึงมีนโยบายพัฒนาอุตสาหกรรมไหมร่วมกับประเทศไทย โดยตั้งเป้าพัฒนาอุตสาหกรรมไหมของทั้ง 2 ประเทศ ให้สามารถขยายไปสู่อุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น การแพทย์และอาหาร นอกเหนือจากแค่อุตสาหรกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มเพียงอย่างเดียว โดยผู้ประกอบการจากจังหวัดเกียวโต เห็นถึงศักยภาพของผู้ประกอบการไทย เพราะไทยมีรากฐานการผลิตไหมที่เข้มแข็ง มีชื่อเสียงด้านการเลี้ยงไหม และผ้าไหมไทยมีคุณภาพดี มีความแวววาวที่เป็นเอกลักษณ์พิเศษ และได้รับความนิยมสูงจากผู้บริโภคในต่างประเทศ โดยหวังว่าหากประเทศไทย โดยกระทรวงอุตสาหกรรมและจังหวัดเกียวโตร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมดังกล่าว น่าจะก่อให้เกิดการขยายโอกาสทางเศรษฐกิจได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 5

 

“ตามที่รัฐบาลได้วางเป้าหมายในการยกระดับอุตสาหกรรม SMEs ของไทย ให้ก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตของเทคโนโลยีขั้นสูง การที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมได้ร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่นของประเทศญี่ปุ่นจะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยน พึ่งพาซึ่งกันและกัน ในการพัฒนาอุตสาหกรรม ซึ่งจังหวัดเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น เป็นจังหวัดที่โดดเด่นในอุตสาหกรรมชั้นสูง เช่น เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ พลังงานทดแทน หุ่นยนต์ และอุตสาหรกรรมสิ่งทอและเคมีภัณฑ์ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงอุตสาหรกรรมที่มีนโยบายปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ และเน้นพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย 10 กลุ่ม หรือ S-Curve ซึ่งเป็นโอกาสดีที่อุตสาหกรรมในประเทศไทยจะได้เรียนรู้นวัตกรรมชั้นสูงจากญี่ปุ่นเพื่อนำมาปรับใช้ในการพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศต่อไป” นายประสงค์กล่าว

 

นายประสงค์ กล่าวต่อว่า จังหวัดเกียวโตอยู่ระหว่างการจัดเตรียมงาน Kyoto Smart City Expo 2016 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-3 มิถุนายน 2559 ดำเนินการใน 3 แนวคิด ได้แก่ Smart Technology, Smart Healthcare และ Smart Agriculture พร้อมเตรียมพิจารณาผู้ประกอบการ SMEs ไทย ที่ดำเนินธุรกิจหรือมีงานวิจัยหรือนวัตกรรมที่สอดคล้องกับทั้ง 3 แนวคิดข้างต้น เข้าร่วมงานทั้งในการเจรจาธุรกิจ (Business Matching) หรือออกร้านจำหน่ายสินค้า นอกจากนี้ยังขอให้กรมฯ เป็นตัวกลางประสานงานกับมหาวิทยาลัยต่างๆ และหน่วยงานรัฐที่มีงานวิจัย หรือนวัตกรรมใหม่ๆ สามารถนำมาจัดแสดงหรือเสนอในงานดังกล่าวได้ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนทางนวัตกรรมและงานวิจัยร่วมกัน และอาจก่อให้เกิดการต่อยอดในการพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมชั้นสูงอื่นๆ ต่อไปอนาคต