Switch to: uk
29 May 2017 23:12PM

เกษตรฯ หนุนผู้ต้องขังปลูกหม่อนไหมก่อนพ้นโทษ

06 May 16 ,  posttoday
  • 0
เกษตรฯ จับมือราชทัณฑ์“คืนคนดีสู่สังคม” ส่งเสริมผู้ต้องขังปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ก่อนพ้นโทษ ตามแนวทางพระราชดำริรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

เกษตรฯ จับมือราชทัณฑ์“คืนคนดีสู่สังคม” ส่งเสริมผู้ต้องขังปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ก่อนพ้นโทษ ตามแนวทางพระราชดำริรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

 

MulberrySilk

 

พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในปี 2559 นี้ กรมหม่อนไหมได้มีแผนประสานความร่วมมือกับกรมราชทัณฑ์ขยายผลต่อยอด “โครงการคืนคนดีสู่สังคม” ตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยเร่งดำเนินโครงการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมแก่ผู้ต้องขังก่อนการปลดปล่อย มีเป้าหมายส่งเสริมให้ผู้ต้องขังชายและหญิงในเรือนจำเขตภาคเหนือ จำนวน 5 แห่ง ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และทอผ้า เพื่อเป็นแนวทางสร้างอาชีพและสร้างรายได้หลังพ้นโทษ ประกอบด้วย เรือนจำชั่วคราวเขาน้อย ตำบลไชยสถาน อำเภอเมือง จังหวัดน่าน ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ เรือนจำชั่วคราวห้วยม้า ตำบลห้วยม้า อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ เรือนจำกลางจังหวัดตาก และเรือนจำชั่วคราวร่องห้า สังกัดเรือนจำจังหวัดพะเยาขณะเดียวกัน กรมหม่อนไหมได้เข้าไปฝึกอบรมและถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมตลอดจนการแปรรูปหม่อนและไหมครบวงจรแก่ผู้ต้องขังชายและหญิงในเรือนจำ เพื่อเปิดโอกาสและให้มีอาชีพติดตัวไปหลังได้รับการปลดปล่อย ซึ่งจะทำให้มีรายได้หล่อเลี้ยงชีวิตและไม่หวนกลับเข้าสู่เรือนจำอีก รวมทั้งยังเป็นกิจกรรมที่สามารถช่วยผ่อนคลายและลดความเครียดให้กับผู้ต้องขังระหว่างต้องโทษ ทำให้สุขภาพจิตดีขึ้นและมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น

 

ขณะนี้มีผู้ต้องขังในเรือนจำเข้าร่วมโครงการคืนคนดีสู่สังคมในส่วนของการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและทอผ้าแล้ว จำนวน 365 ราย

 

นายอภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมหม่อนไหมเป็นหนึ่งในหลายหน่วยงานที่ได้ร่วมดำเนินโครงการคืนคนดีสู่สังคมฯ โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2545 ที่เรือนจำชั่วคราวเขาน้อย จังหวัดน่าน ซึ่งมีการส่งเสริมให้ผู้ต้องขังเรียนรู้เกี่ยวกับการปลูกหม่อน เลี้ยงไหม  การปลูกหม่อนผลสด การสาวเส้นไหม การฟอกย้อมสีเส้นไหม การทอผ้าไหมยกดอก และแปรรูปผลิตภัณฑ์หลายอย่าง  อาทิ ชาหม่อน แปรรูปหม่อนผล ทั้งยังมีการผลิตรังไหมสดเพื่อจำหน่าย เป็นต้น ปัจจุบันได้ขยายผลโครงการฯ ดังกล่าวไปสู่เรือนจำต่างๆ ในพื้นที่ภาคเหนือ 5 แห่ง เบื้องต้นพบว่า ผู้ต้องขังทั้งชายและหญิงให้ความสนใจอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและทอผ้าไหมจำนวนมาก สังเกตจากจำนวนผู้ต้องขังที่ยื่นความจำนงเข้าร่วมโครงการฯ ทะลุเกินเป้าที่ตั้งไว้

 

“เรือนจำที่มีพื้นที่ว่างเพียงพอ กรมหม่อนไหมจะเข้าไปส่งเสริมความรู้การปลูกหม่อนเลี้ยงไหมอย่างครบวงจร ส่วนเรือนจำที่มีพื้นที่จำกัดและไม่มีพื้นที่ปลูกหม่อน เช่น ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ ก็จะส่งเสริมความรู้ด้านการฟอกย้อมสีเส้นไหม และการทอผ้าพื้นและผ้าไหมยกดอกผลปรากฏว่า  ผู้ต้องขังสามารถที่จะทอผ้าพื้นและผ้าไหมยกดอกลำพูนได้งดงาม จนได้รับเครื่องหมายรับรองตรานกยูงพระราชทาน ซึ่งเป็นสิ่งที่รับรองคุณภาพของผ้าไหมได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันผู้บริโภค มีความต้องการสูงแต่ผลิตได้ไม่พอขาย อนาคตได้มีแผนขยายผลโครงการฯ ไปสู่เรือนจำในจังหวัดลำพูนด้วย” อธิบดีกรมหม่อนไหมกล่าว