Switch to: uk
27 April 2017 09:29AM

Nike ตีตลาดมุสลิม เตรียมเปิดตัว “ฮิญาบ” ผ้าคลุมศรีษะสำหรับเล่นกีฬา

10 Mar 17 ,  Corporated News
  • 0
  • star
  • star
  • star
  • star
  • star

ในที่สุดบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งสินค้ากีฬาอย่าง Nike ก็กระโดดเข้ามาเล่นกับตลาดในตะวันออกกลาง ล่าสุดประกาศเปิดตัว ผ้าคลุมศีรษะที่เอาไว้ใช้ในการเล่นกีฬาสำหรับผู้หญิงมุสลิม โดยมาในชื่อ “โปร ฮิญาบ” (Pro Hijab) และคาดว่าน่าจะวางขายต้นปี 2018 ในที่สุดบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งสินค้ากีฬาอย่าง Nike ก็กระโดดเข้ามาเล่นกับตลาดในตะวันออกกลาง ล่าสุดประกาศเปิดตัว ผ้าคลุมศีรษะที่เอาไว้ใช้ในการเล่นกีฬาสำหรับผู้หญิงมุสลิม โดยมาในชื่อ “โปร ฮิญาบ” (Pro Hijab) คาดว่าจะวางขายต้นปี 2018

Policy & Regulation
  • เปิดเกณฑ์ ใหม่BOI ส่งเสริมพิเศษ15 กลุ่ม มีผล1ม.ค.

    03 Dec 14 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star
    คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้ริเริ่มที่จะวาง "ยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุน" ฉบับใหม่มาตั้งแต่เดือนมีนาคมปี 2556 ผ่านมาถึง 2 รัฐบาลจึงสามารถประกาศใช้ยุทธศาสตร์ใหม่ได้เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ภายใต้วิสัยทัศน์ที่ว่า จะส่งเสริมการลงทุนที่มีคุณค่า ทั้งในและนอกประเทศเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ที่สำคัญก็คือ ความพยายามที่จะก้าวพ้นการเป็นประเทศที่มี "รายได้ระดับปานกลาง (Middle Income Trap)" นั้นเอง

    คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้ริเริ่มที่จะวาง "ยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุน" ฉบับใหม่มาตั้งแต่เดือนมีนาคมปี 2556 ผ่านมาถึง 2 รัฐบาลจึงสามารถประกาศใช้ยุทธศาสตร์ใหม่ได้เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ภายใต้วิสัยทัศน์ที่ว่า จะส่งเสริมการลงทุนที่มีคุณค่า ทั้งในและนอกประเทศเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ที่สำคัญก็คือ ความพยายามที่จะก้าวพ้นการเป็นประเทศที่มี "รายได้ระดับปานกลาง (Middle Income Trap)" นั้นเอง

  • ส.อ.ท. แนะภาคอุตฯ ปรับตัวก้าวสู่ผู้นำในอาเซียน

    06 Nov 14 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star

    เร่งผู้ประกอบการพัฒนาศักยภาพเพื่อรับการแข่งขันบนเวทีโลก

  • อก.ชุบคุณค่า'วัสดุเหลือใช้'ภาคเกษตรสู่สิ่งทอส่งออก

    31 Oct 14 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star
    สศอ.ผุดโครงการการพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอด้วย เส้นใยต้นแบบและการออกแบบผลิตภัณฑ์สิ่งทอเทคนิค ร่วมภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรม มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้วัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร สร้างรายได้ และความมั่นคงด้านวัตถุดิบครบวงจร...

    สศอ.ผุดโครงการการพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอด้วย เส้นใยต้นแบบและการออกแบบผลิตภัณฑ์สิ่งทอเทคนิค ร่วมภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรม มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้วัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร สร้างรายได้ และความมั่นคงด้านวัตถุดิบครบวงจร...

  • ส.อ.ท. จับมือ 3 องค์กรหลัก ผนึกกำลังเดินหน้ายกระดับ SMEs ขานรับนโยบาย SME : วาระแห่งชาติ อย่างเป็นรูปธรรม

    28 Oct 14 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star
    สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)  ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.หรือ SME BANK) และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ร่วมประชุมขยายผลนโยบายการให้ SME เป็นวาระแห่งชาติ อย่างเป็นรูปธรรม เมื่อวันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม 2557 ณ ห้องประชุม ส.อ.ท.1 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยมี 1. นายศักดิ์ชัย อุ่นจิตติกุล ประธานคณะกรรมการบริหารสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI)  2. นางสาลินี วังตาล ประธานกรรมการธนาคาร SME BANK   3.ดร.วิมลกานต์ โกสุมาศ รักษาการผู้อำนวยการ สสว. 4.นายวัลลภ เตชะไพบูลย์ กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บสย. ร่วมกันเปิดเผยว่าสืบเนื่องจากที่ภาคเอกชนโดยสภาอุตสาหกรรมฯ ได้นำเสนอถึงความสำคัญของ SMEs ที่มีต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและปัญหาอุปสรรคของการพัฒนา SMEs ไทย ต่อคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยมีฯพณฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รับทราบ และที่ประชุมได้มีมติให้นโยบาย SME เป็นวาระแห่งชาติแล้วนั้น

    สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)  ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.หรือ SME BANK) และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ร่วมประชุมขยายผลนโยบายการให้ SME เป็นวาระแห่งชาติ อย่างเป็นรูปธรรม เมื่อวันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม 2557 ณ ห้องประชุม ส.อ.ท.1 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยมี 1. นายศักดิ์ชัย อุ่นจิตติกุล ประธานคณะกรรมการบริหารสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI)  2. นางสาลินี วังตาล ประธานกรรมการธนาคาร SME BANK 3.ดร.วิมลกานต์ โกสุมาศ รักษาการผู้อำนวยการ สสว. 4.นายวัลลภ เตชะไพบูลย์ กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บสย. ร่วมกันเปิดเผยว่าสืบเนื่องจากที่ภาคเอกชนโดยสภาอุตสาหกรรมฯ ได้นำเสนอถึงความสำคัญของ SMEs ที่มีต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและปัญหาอุปสรรคของการพัฒนา SMEs ไทย ต่อคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยมีฯพณฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รับทราบ และที่ประชุมได้มีมติให้นโยบาย SME เป็นวาระแห่งชาติแล้วนั้น

  • ส.อ.ท.ดันโรงงานสู่ Eco Factory เพื่อนชุมชน

    17 Oct 14 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star
    ส.อ.ท.เข็นโรงงานกว่า 1 หมื่นราย ใน 5 จังหวัด เข้าสู่โรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ หวังหนุนนโยบายกระทรวงอุตสาหกรรมผลักดันการเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศให้ได้ภายในปี 2561 ประเดิมเอกชน 2 ราย ได้รับใบรับรองแล้ว ขณะที่ กลุ่มเพื่อนชุมชน ดึง 120 โรงงาน ในนิคมฯมาบตาพุดเข้าร่วมก่อนขยายความร่วมมือ โดยปีหน้าทุ่มงบอีกกว่า 50 ล้านบาท ผักดันกิจกรรม

    ส.อ.ท.เข็นโรงงานกว่า 1 หมื่นราย ใน 5 จังหวัด เข้าสู่โรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ หวังหนุนนโยบายกระทรวงอุตสาหกรรมผลักดันการเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศให้ได้ภายในปี 2561 ประเดิมเอกชน 2 ราย ได้รับใบรับรองแล้ว ขณะที่ กลุ่มเพื่อนชุมชน ดึง 120 โรงงาน ในนิคมฯมาบตาพุดเข้าร่วมก่อนขยายความร่วมมือ โดยปีหน้าทุ่มงบอีกกว่า 50 ล้านบาท ผักดันกิจกรรม

  • ครม. เด้งเลขาฯ บีโอไอ - ไฟเขียวแต่งตั้งข้าราชการ ก.อุตฯ

    15 Oct 14 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (14 ต.ค.57) ที่ประชุม ครม.มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 7 ราย ดังนี้

  • THTI ตั้งเป้าไทยเป็นศูนย์รวมการออกแบบแฟชั่นสิ่งทอของโลก ปี 2021

    01 Oct 14 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star
    สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ (THTI) ร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม เผยยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทย ตั้งเป้ายกระดับอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยสู่การเป็นศูนย์รวมการออกแบบแฟชั่นสิ่งทอในปี 2564 และสร้างแบรนด์ไทยระดับโลก ปี 2573 ผ่านแผนแม่บทการพัฒนาอุตสาหกรรม 3 ระยะ คือ ระยะแรกในปี 2559 จัดตั้งให้ไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคด้านการค้าและการจัดหาสิ่งทอแฟชั่น ระยะที่ 2 จัดตั้งให้ไทยเป็นศูนย์รวมการออกแบบ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ระดับโลกในปี 2564 และระยะที่ 3 ปี 2573 ผลักดันให้ไทยเป็นผู้นำวัฒนธรรมแฟชั่นและการออกแบบสิ่งทอของโลก
    นายปราโมทย์  วิทยาสุข ผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอและแฟชั่นเป็นเรื่องจำเป็น เนื่องจากอุตสาหกรรมสิ่งทอและธุรกิจแฟชั่นไทย ส่งผลต่อการพัฒนาโครงสร้างสู่อุตสาหกรรมใหม่ ที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์และองค์ความรู้ในการสร้างมูลค่าเพิ่ม และความได้เปรียบในการแข่งขัน  อย่างไรก็ตาม การเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศด้านอุตสาหกรรม จำเป็นต้องพัฒนาให้สอดคล้องกับศักยภาพพื้นฐานของประเทศ  ตั้งแต่อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ตลอดจนอุตสาหกรรมที่ใช้ในการออกแบบและสร้างสรรค์  และก้าวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการผลิตสิ่งทอของโลก โดยมีเอเชียเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนสิ่งทอเครื่องนุ่งห่มของโลก และมีอาเซียนเป็นภูมิภาคการผลิตและการบริโภคที่สำคัญในอนาคต อุตสาหกรรมไทยจึงต้องกำหนดยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงอุตสาหกรรมสร้างสรรค์สาขาต่าง ๆ ให้สอดคล้องกัน
    “กระทรวงฯ ได้กำหนดแผนแม่บทในการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยคู่ขนานไปกับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์  ใน 2 แนวทาง คือ 1. พัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปสู่ชีวภาพเต็มรูปแบบ (Bio-Based) และ 2. พัฒนาสู่เทคโนโลยีขั้นสูงและการสร้างสรรค์ (Hightech & Creative) โดยมีเป้าหมายระยะยาว ปี 2573 คือ มุ่งสู่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่มีอิทธิพลทางวัฒนธรรมในระดับสากลอย่างยั่งยืน (Sustainability) จากการใช้วัตถุดิบที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงทางชีวภาพ  และ สร้างการรับรู้และยอมรับตราสินค้าไทยในระดับโลก” นายปราโมทย์  กล่าว

    สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ (THTI) ร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม เผยยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทย ตั้งเป้ายกระดับอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยสู่การเป็นศูนย์รวมการออกแบบแฟชั่นสิ่งทอในปี 2564 และสร้างแบรนด์ไทยระดับโลก ปี 2573 ผ่านแผนแม่บทการพัฒนาอุตสาหกรรม 3 ระยะ คือ ระยะแรกในปี 2559 จัดตั้งให้ไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคด้านการค้าและการจัดหาสิ่งทอแฟชั่น ระยะที่ 2 จัดตั้งให้ไทยเป็นศูนย์รวมการออกแบบ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ระดับโลกในปี 2564 และระยะที่ 3 ปี 2573 ผลักดันให้ไทยเป็นผู้นำวัฒนธรรมแฟชั่นและการออกแบบสิ่งทอของโลก

  • SME Bank เปิด“สินเชื่อ 9 เมนูคืนความสุข SMEs” วงเงิน 19,000 ล้าน

    10 Sep 14 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star

     

    ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) จัดงานเปิดตัวสินเชื่อช่วยผู้ประกอบการ SMEs ในงาน “สินเชื่อ 9 เมนูคืนความสุข SMEs” โดยมี นางสาลินี วังตาล ประธานกรรมการ เอสเอ็มอีแบงก์ กล่าวปาฐกถา “นโยบาย SME Bank ต่อการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย” นอกจากนี้มีกรรมการและผู้บริหารธนาคาร ตลอดจนหน่วยงานพันธมิตร 28 หน่วยงาน เข้าร่วมผนึกกำลังในงานนี้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนความช่วยเหลือด้านเงินทุนจากเอสเอ็มอีแบงก์ สู่ผู้ประกอบการ SMEs ไทย ซึ่งมีลูกค้าธนาคาร ผู้ประกอบการเข้าร่วมงานจำนวนมาก

    วันที่ 9 กันยายน 2557 ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) จัดงานเปิดตัวสินเชื่อช่วยผู้ประกอบการ SMEs ในงาน “สินเชื่อ 9 เมนูคืนความสุข SMEs” โดยมี นางสาลินี วังตาล ประธานกรรมการ เอสเอ็มอีแบงก์ กล่าวปาฐกถา “นโยบาย SME Bank ต่อการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย” นอกจากนี้มีกรรมการและผู้บริหารธนาคาร ตลอดจนหน่วยงานพันธมิตร 28 หน่วยงาน เข้าร่วมผนึกกำลังในงานนี้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนความช่วยเหลือด้านเงินทุนจากเอสเอ็มอีแบงก์ สู่ผู้ประกอบการ SMEs ไทย

  • สภาอุตสาหกรรมฯ เปิดตัวโครงการนักอุตสาหกรรมรุ่นใหม่

    03 Sep 14 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star
    ดึงกูรูจากองค์กรชั้นนำทั่วประเทศถ่ายทอดประสบการณ์แบบไม่อั้น

    ดึงกูรูจากองค์กรชั้นนำทั่วประเทศถ่ายทอดประสบการณ์แบบไม่อั้น

     

    สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย แถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “นักอุตสาหกรรมรุ่นใหม่” หรือ YOUNG – F.T.I รุ่นที่ 1 ประจำปี 2557 ภายใต้แนวคิด “การเรียนรู้จากประสบการณ์จริง (Learning From Experience)” เมื่อวันพุธที่ 3 กันยายน 2557 ณ ห้อง Retro Live Café  ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยได้รับเกียรติจาก ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม มาเป็นประธาน ซึ่งมีนักอุตสาหกรรมรุ่นใหม่ไฟแรงกว่า 80 คนสมัครเข้าร่วมโครงการเพื่อรับถ่ายทอดประสบการณ์จากรุ่นพี่จากองค์กร / นักธุรกิจชั้นนำระดับประเทศ

     

    YoungFTIWeb

     

    นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า โครงการนักอุตสาหกรรมรุ่นใหม่ หรือ YOUNG – F.T.I. เป็นโครงการที่เกิดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้นักอุตสาหกรรมรุ่นใหม่ได้เข้ามามีบทบาทและส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ของสภาอุตสาหกรรมฯ มากขึ้น ทั้งได้เรียนรู้การทำงานจากนักอุตสาหกรรมรุ่นอาวุโสเพื่อเป็นการสานต่อภารกิจต่อไปในอนาคต นอกจากจะสามารถนำเอาความรู้ที่ได้มาเป็นแรงขับเคลื่อนการบริหารงานในองค์กรของตนเองแล้วยังสามารถนำความรู้ที่ได้มาช่วยเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้อีกด้วย  อย่างไรก็ตามโครงการ YOUNG-F.T.I. เน้นให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์จริงกับวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่มากด้วยประสบการณ์ และนำหลักวิชาไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานจริงให้มากที่สุด

     

    “เป็นโอกาสแรกที่นักอุตสาหกรรมรุ่นใหม่กว่า 80 คนมารวมตัวกันเพื่อเรียนรู้การทำงานจากประสบการณ์จริงของนักอุตสาหกรรมจากรุ่นอาวุโส เพื่อเป็นการบูรณาการต่อยอดและสานต่อธุรกิจในอนาคต ซึ่งนอกจากจะเรียนรู้ภาคทฤษฎีแล้วยังมีการทำ Workshop การละลายพฤติกรรม ตลอดจนดูงานทั้งในและต่างประเทศ โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่เชี่ยวชาญจากองค์กรชั้นนำระดับประเทศ อาทิ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เครือเจริญโภคภัณฑ์บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) บริษัท เดนโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นต้น ซึ่งโครงการนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย” นายสุพันธุ์ฯ กล่าว

     

    ด้านนายกรกฤช จุฬางกูร รองเลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวในฐานะประธานโครงการนักอุตสาหกรรมรุ่นใหม่ (YOUNG-F.T.I.) ว่า โครงการนักอุตสาหกรรมรุ่นใหม่ หรือ YOUNG – F.T.I รุ่นที่ 1 ประจำปี 2557 เป็นโครงการใหม่ของ ส.อ.ท. โดยตั้งขึ้นมาเพื่อเปิดโอกาสให้นักอุตสาหกรรมรุ่นใหม่ ทั้งเจ้าของ ทายาทธุรกิจ ผู้มีประสบการณ์ในการบริหารธุรกิจ ตลอดจนกลุ่มศิลปิน นักแสดง สื่อมวลชน ได้มีโอกาสเรียนรู้ สร้างความคุ้นเคย ปรับแนวคิดไปในทิศทางเดียวกัน  มีการพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำและธุรกิจเพื่อรองรับการขยายตัวธุรกิจในและต่างประเทศ รวมถึงการเตรียมตัวเรียนรู้การทำงานจากนักอุตสาหกรรมรุ่นอาวุโส เพื่อสานต่อภารกิจต่อไปในอนาคต และเป็นการส่งเสริมบทบาทนักอุตสาหกรรมรุ่นใหม่ให้ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม

     

    “หลักสูตร  YOUNG-F.T.I. มีจุดเด่น 2 ประการ ประการแรกคือหัวข้ออบรมที่มีความหลากหลาย สามารถบูรณาการและต่อยอดในการทำงานได้เป็นอย่างดี อาทิ การคิดเชิงบวก นวัตกรรมนำธุรกิจ กลยุทธ์การแข่งขันอย่างแข็งแกร่งในเวทีโลก รู้ทันรู้รอบรับมือ AEC  รู้ลึกเรื่องต้นทุน การวางแผนภาษีที่ผู้บริหารควรทราบ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การสร้างความตระหนักและรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) เป็นต้น และอีกประการที่สำคัญ คือการได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านจากบริษัทและองค์กรชั้นนำระดับประเทศมาถ่ายทอดให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง” นายกรกฤชฯ  กล่าว

     

    ทั้งนี้ โครงการนักอุตสาหกรรมรุ่นใหม่ หรือ YOUNG – F.T.I รุ่นที่ 1 ประจำปี 2557 มีระยะเวลาอบรม 4 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือน กันยายน – ธันวาคม 2557 ทุกวันพุธ เวลา 09.00 – 16.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

     

     

  • ไทยพาณิชย์ ผนึกกำลัง ส.อ.ท. สนับสนุนสินเชื่อเอสเอ็มอีกว่า 16,000 ล้านบาท

    02 Sep 14 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star
    ไทยพาณิชย์ ผนึกกำลัง ส.อ.ท. สนับสนุนสินเชื่อเอสเอ็มอีกว่า 16,000 ล้านบาท
    ฟื้นฟูศักยภาพผู้ประกอบการและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ
    ธนาคารไทยพาณิชย์ จับมือ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัวในช่วงครึ่งปีแรก พร้อมส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเอสเอ็มอีภาคอุตสาหกรรมผ่านการลงนามความร่วมมือโครงการ “ยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีภาคอุตสาหกรรม ปี 2557 – 2559” เพื่อสนับสนุนทางด้านการเงินกว่า 16,000 ล้านบาท พร้อมส่งเสริมองค์ความรู้ทางด้านวิชาการ เพื่อช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการฟื้นฟูความสามารถในการผลิต ให้กลับมาแข่งขันได้อย่างมีศักยภาพ อีกทั้งเพื่อเป็นอีกหนึ่งทางออกให้ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบสามารถรับมือสภาวะวิกฤตเศรษฐกิจในปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน
    นางกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า “ธนาคารไทยพาณิชย์ และ ส.อ.ท. ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย เล็งเห็นว่านับจากครึ่งปีหลังนี้เป็นต้นไป กำลังก้าวสู่การเตรียมพร้อมสร้างโอกาสทางธุรกิจของภาคธุรกิจเอสเอ็มอี บรรยากาศทางการเมือง เศรษฐกิจและการค้าแสดงไปในทิศทางที่ดีขึ้น ความมั่นใจของผู้บริโภคเริ่มกลับมาสู่ภาวะปกติ ความร่วมมือในโครงการ “ยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีภาคอุตสาหกรรม ปี 2557-2559” ระหว่างธนาคารและ ส.อ.ท. เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีแรกให้แก่เครือข่ายสมาชิกของส.อ.ท. ที่มีอยู่มากกว่า 8,000  ราย ใน 12 คลัสเตอร์อุตสาหกรรม ในส่วนของธนาคารจะให้สนับสนุนทางด้านการเงินและสิทธิพิเศษแก่สมาชิกส.อ.ท. เป็นจำนวนเงินรวมกว่า 16,000 ล้านบาท พร้อมสิทธิพิเศษเกี่ยวกับบริการทางการเงินที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ รวมถึงการเสริมความรู้ให้ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม ผ่านทางการอบรมเชิงปฎิบัติการพัฒนาอุตสาหกรรม โครงการสัมมนาเพื่อให้ความรู้ต่างๆ พร้อมด้วยการสนับสนุนการตลาดและช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านทางโครงการ SCB-FTI Factory Outlet อีกทั้งการสนับสนุนด้านวิชาการผ่านทางโครงการพิเศษด้านความร่วมมือทางวิชาการในการแลกเปลี่ยนและวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกันระหว่างศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ และ ส.อ.ท. เพื่อเจาะลึกอุตสาหกรรมรายภูมิภาคและนำเสนอให้กับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมทั่วประเทศ”
    นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ด้วยพันธกิจของสภา-อุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ที่มุ่งเสริมสร้างศักยภาพ หาลู่ทาง สร้างโอกาส ให้ทุกอุตสาหกรรมของประเทศ รวมถึง SMEs ให้สามารถแข่งขันได้ในระดับภูมิภาคและสากล การลงนามความร่วมมือโครงการ “ยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีภาคอุตสาหกรรม ปี 2557 – 2559” ระหว่างสภาอุตสาหกรรมฯ และธนาคารไทยพาณิชย์ จึงมีการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงได้รับความร่วมมืออย่างดีจากธนาคารไทยพาณิชย์พันธมิตรที่ใกล้ชิดและร่วมกันดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อประโยชน์ต่อสมาชิกของสภาอุตสาหกรรมฯ และต่อเศรษฐกิจของประเทศ มาโดยตลอด สำหรับโครงการยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม ปี 2557 – 2559 ถือได้ว่าเป็นโครงการสนับสนุนด้านวิชาการและบริการทางการเงินครบวงจรให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการ มีขีดความสามารถในการผลิตและการแข่งขันทั้งระดับประเทศและระดับนานาชาติเพิ่มมากขึ้นและเป็นไปอย่างยั่งยืน อีกทั้งเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวพร้อมรับมือกับสภาวะวิกฤตเศรษฐกิจในปัจจุบันได้
    “ปัจจุบันสภาอุตสาหกรรมฯ มีจำนวนสมาชิกกว่าร้อยละ 85 ที่เป็นผู้ประกอบการ SMEs โดยปัจจุบัน สภาอุตสาหกรรมฯ ได้มีการเดินหน้าผลักดันข้อเสนอต่างๆ เพื่อการพัฒนาศักยภาพ SMEs ไทย ให้เกิดความยั่งยืน โดยได้ให้ความสำคัญและดำเนินการดูแล ผลักดันเพื่อการพัฒนา SMEs 5 เรื่อง ประกอบด้วย 1.ปรับปรุงกลไกการส่งเสริม SMEs 2.ปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา SMEs 3.ส่งเสริมให้ SMEs สามารถเข้าถึงแหล่งเงิน 4.พัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์และเพิ่มผลิตภาพของธุรกิจ และ 5.สร้างโอกาสและเพิ่มช่องทางการตลาดให้แก่ SMEs อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือระหว่างสภาอุตสาหกรรมฯ และธนาคารไทยพาณิชย์ ในการยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีภาคอุตสาหกรรม ปี 2557 – 2559 นี้นั้น ทางสภาอุตสาหกรรมฯ จะขยายขอบเขตการทำงานร่วมกันกับธนาคารไทยพาณิชย์ให้ครอบคลุม และทั่วถึงมากยิ่งขึ้น ทั้งในส่วนผู้ประกอบการในรายอุตสาหกรรม (Sector base) ผู้ประกอบการในรายพื้นที่ (Area base) กลุ่มผู้ประกอบการ SMEs และภาพรวมของเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในเชิงวิชาการ ที่สภาอุตสาหกรรมฯ พร้อมให้ความร่วมมือในการสนับสนุนด้านอุตสาหกรรม กับศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ เพื่อประกอบการวิเคราะห์ภาวะอุตสาหกรรม ในมิติต่างๆ พร้อมทั้งข้อเสนอแนะที่จะก่อให้เกิดประโยชน์กับภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งการมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมเชิงวิชาการให้กับสมาชิกสภาอุตสาหกรรมฯ นำไปปรับปรุงการดำเนินกิจการให้มีขีดความสามารถเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 โดยหวังว่าความร่วมมือระหว่าง 2 องค์กรในครั้งนี้จะยังคงเป็นกลไกสำคัญหนึ่งที่จะช่วยนำพา SMEs ไทย เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนได้” นายสุพันธุ์ กล่าว

    ฟื้นฟูศักยภาพผู้ประกอบการและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ

     

    ธนาคารไทยพาณิชย์ จับมือ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัวในช่วงครึ่งปีแรก พร้อมส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเอสเอ็มอีภาคอุตสาหกรรมผ่านการลงนามความร่วมมือโครงการ “ยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีภาคอุตสาหกรรม ปี 2557 – 2559” เพื่อสนับสนุนทางด้านการเงินกว่า 16,000 ล้านบาท พร้อมส่งเสริมองค์ความรู้ทางด้านวิชาการ เพื่อช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการฟื้นฟูความสามารถในการผลิต ให้กลับมาแข่งขันได้อย่างมีศักยภาพ อีกทั้งเพื่อเป็นอีกหนึ่งทางออกให้ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบสามารถรับมือสภาวะวิกฤตเศรษฐกิจในปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

     

    FTIScbWeb

     

    นางกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า “ธนาคารไทยพาณิชย์ และ ส.อ.ท. ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย เล็งเห็นว่านับจากครึ่งปีหลังนี้เป็นต้นไป กำลังก้าวสู่การเตรียมพร้อมสร้างโอกาสทางธุรกิจของภาคธุรกิจเอสเอ็มอี บรรยากาศทางการเมือง เศรษฐกิจและการค้าแสดงไปในทิศทางที่ดีขึ้น ความมั่นใจของผู้บริโภคเริ่มกลับมาสู่ภาวะปกติ ความร่วมมือในโครงการ “ยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีภาคอุตสาหกรรม ปี 2557-2559” ระหว่างธนาคารและ ส.อ.ท. เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีแรกให้แก่เครือข่ายสมาชิกของส.อ.ท. ที่มีอยู่มากกว่า 8,000  ราย ใน 12 คลัสเตอร์อุตสาหกรรม ในส่วนของธนาคารจะให้สนับสนุนทางด้านการเงินและสิทธิพิเศษแก่สมาชิกส.อ.ท. เป็นจำนวนเงินรวมกว่า 16,000 ล้านบาท พร้อมสิทธิพิเศษเกี่ยวกับบริการทางการเงินที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ รวมถึงการเสริมความรู้ให้ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม ผ่านทางการอบรมเชิงปฎิบัติการพัฒนาอุตสาหกรรม โครงการสัมมนาเพื่อให้ความรู้ต่างๆ พร้อมด้วยการสนับสนุนการตลาดและช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านทางโครงการ SCB-FTI Factory Outlet อีกทั้งการสนับสนุนด้านวิชาการผ่านทางโครงการพิเศษด้านความร่วมมือทางวิชาการในการแลกเปลี่ยนและวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกันระหว่างศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ และ ส.อ.ท. เพื่อเจาะลึกอุตสาหกรรมรายภูมิภาคและนำเสนอให้กับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมทั่วประเทศ”

     

    นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ด้วยพันธกิจของสภา-อุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ที่มุ่งเสริมสร้างศักยภาพ หาลู่ทาง สร้างโอกาส ให้ทุกอุตสาหกรรมของประเทศ รวมถึง SMEs ให้สามารถแข่งขันได้ในระดับภูมิภาคและสากล การลงนามความร่วมมือโครงการ “ยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีภาคอุตสาหกรรม ปี 2557 – 2559” ระหว่างสภาอุตสาหกรรมฯ และธนาคารไทยพาณิชย์ จึงมีการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงได้รับความร่วมมืออย่างดีจากธนาคารไทยพาณิชย์พันธมิตรที่ใกล้ชิดและร่วมกันดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อประโยชน์ต่อสมาชิกของสภาอุตสาหกรรมฯ และต่อเศรษฐกิจของประเทศ มาโดยตลอด สำหรับโครงการยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม ปี 2557 – 2559 ถือได้ว่าเป็นโครงการสนับสนุนด้านวิชาการและบริการทางการเงินครบวงจรให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการ มีขีดความสามารถในการผลิตและการแข่งขันทั้งระดับประเทศและระดับนานาชาติเพิ่มมากขึ้นและเป็นไปอย่างยั่งยืน อีกทั้งเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวพร้อมรับมือกับสภาวะวิกฤตเศรษฐกิจในปัจจุบันได้

     

    “ปัจจุบันสภาอุตสาหกรรมฯ มีจำนวนสมาชิกกว่าร้อยละ 85 ที่เป็นผู้ประกอบการ SMEs โดยปัจจุบัน สภาอุตสาหกรรมฯ ได้มีการเดินหน้าผลักดันข้อเสนอต่างๆ เพื่อการพัฒนาศักยภาพ SMEs ไทย ให้เกิดความยั่งยืน โดยได้ให้ความสำคัญและดำเนินการดูแล ผลักดันเพื่อการพัฒนา SMEs 5 เรื่อง ประกอบด้วย 1.ปรับปรุงกลไกการส่งเสริม SMEs 2.ปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา SMEs 3.ส่งเสริมให้ SMEs สามารถเข้าถึงแหล่งเงิน 4.พัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์และเพิ่มผลิตภาพของธุรกิจ และ 5.สร้างโอกาสและเพิ่มช่องทางการตลาดให้แก่ SMEs อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือระหว่างสภาอุตสาหกรรมฯ และธนาคารไทยพาณิชย์ ในการยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีภาคอุตสาหกรรม ปี 2557 – 2559 นี้นั้น ทางสภาอุตสาหกรรมฯ จะขยายขอบเขตการทำงานร่วมกันกับธนาคารไทยพาณิชย์ให้ครอบคลุม และทั่วถึงมากยิ่งขึ้น

     

    ทั้งในส่วนผู้ประกอบการในรายอุตสาหกรรม (Sector base) ผู้ประกอบการในรายพื้นที่ (Area base) กลุ่มผู้ประกอบการ SMEs และภาพรวมของเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในเชิงวิชาการ ที่สภาอุตสาหกรรมฯ พร้อมให้ความร่วมมือในการสนับสนุนด้านอุตสาหกรรม กับศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ เพื่อประกอบการวิเคราะห์ภาวะอุตสาหกรรม ในมิติต่างๆ พร้อมทั้งข้อเสนอแนะที่จะก่อให้เกิดประโยชน์กับภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งการมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมเชิงวิชาการให้กับสมาชิกสภาอุตสาหกรรมฯ นำไปปรับปรุงการดำเนินกิจการให้มีขีดความสามารถเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 โดยหวังว่าความร่วมมือระหว่าง 2 องค์กรในครั้งนี้จะยังคงเป็นกลไกสำคัญหนึ่งที่จะช่วยนำพา SMEs ไทย เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนได้” นายสุพันธุ์ กล่าว