Switch to: uk
25 March 2017 18:15PM

Nike ตีตลาดมุสลิม เตรียมเปิดตัว “ฮิญาบ” ผ้าคลุมศรีษะสำหรับเล่นกีฬา

10 Mar 17 ,  Corporated News
  • 0
  • star
  • star
  • star
  • star
  • star

ในที่สุดบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งสินค้ากีฬาอย่าง Nike ก็กระโดดเข้ามาเล่นกับตลาดในตะวันออกกลาง ล่าสุดประกาศเปิดตัว ผ้าคลุมศีรษะที่เอาไว้ใช้ในการเล่นกีฬาสำหรับผู้หญิงมุสลิม โดยมาในชื่อ “โปร ฮิญาบ” (Pro Hijab) และคาดว่าน่าจะวางขายต้นปี 2018 ในที่สุดบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งสินค้ากีฬาอย่าง Nike ก็กระโดดเข้ามาเล่นกับตลาดในตะวันออกกลาง ล่าสุดประกาศเปิดตัว ผ้าคลุมศีรษะที่เอาไว้ใช้ในการเล่นกีฬาสำหรับผู้หญิงมุสลิม โดยมาในชื่อ “โปร ฮิญาบ” (Pro Hijab) คาดว่าจะวางขายต้นปี 2018

Policy & Regulation
  • ให้ BOI 13 กลุ่มอุตสาหกรรม ใน 5 เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ

    04 Jun 15 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star
    สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้ออกประกาศกำหนดกิจการเป้าหมายในการดึงดูดให้นักลงทุนเข้าใปดำเนินกิจการในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภายใต้ยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนระยะ 7 ปี (2558-2564)
    ในระยะที่ 1 ครอบคลุม 5 จังหวัด ได้แก่ ตาก สระแก้ว ตราด มุกดาหาร และสงขลา จำนวน 13 กลุ่มอุตสาหกรรม 62 ประเภทกิจการย่อย โดยมีการจัดประเภทกิจการที่จะได้รับการส่งเสริมการลงทุนของแต่ละจังหวัดให้เป็นไปตามศักยภาพ ข้อจำกัดและความต้องการของแต่ละพื้นที่
    นางหิรัญญา สุจินัย รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า ขณะนี้มีพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษใน จ.ตากเท่านั้นที่มีกิจการเป้าหมายครบทั้ง 62 ประเภท ขณะที่จังหวัดอื่น ๆ จะมีจำนวนประเภทกิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความพร้อมในจังหวัด ซึ่งจะมีศักยภาพแตกต่างกัน
    โดยภายใต้ยุทธศาสตร์นี้กำหนดให้ผู้ประกอบการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนภายในปี 2560 เพื่อรับสิทธิประโยชน์สูงสุดยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี และลดหย่อนภาษีเงินได้ 50% เพิ่มอีก 5 ปี สำหรับกิจการประเภทอื่น ๆ ที่ไม่อยู่ในกลุ่มกิจการเป้าหมายทั้ง 62 ประเภท หรือกิจการในกลุ่มที่ไม่รับส่งเสริมก็สามารถยื่นขอรับการส่งเสริมเพื่อเข้าไปลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษได้ตามปกติ โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากกระทรวงการคลัง โดยลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก 20% เหลือ 10% ของกำไรสุทธิเป็นเวลา 10 รอบระยะเวลาบัญชี
    สำหรับ 13 กลุ่มอุตสาหกรรม 62 ประเภท ประกอบไปด้วย 1.อุตสาหกรรมการเกษตร ประมง และกิจการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การขยายพันธุ์และการเลี้ยงปศุสัตว์หรือสัตว์น้ำ ยกเว้นกุ้ง การฆ่าและชำแหละสัตว์ กิจการคัดคุณภาพ บรรจุและเก็บรักษาพืช ผัก ผลไม้ หรือดอกไม้ การผลิตแป้งแปรรูปหรือแป้งจากพืชที่มีคุณสมบัติพิเศษ การผลิตน้ำมันหรือไขมันจากพืชหรือสัตว์ ยกเว้นจากน้ำมันถั่วเหลือง การผลิตสารสกัดจากวัตถุดิบทางธรรมชาติหรือผลิตภัณฑ์จากสารสกัดจากวัตถุดิบทางธรรมชาติ การแปรรูปยางขั้นต้น การผลิตหรือถนอมอาหาร เครื่องดื่มวัตถุเจือปนอาหาร หรือสิ่งปรุงแต่งอาหารโดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ห้องเย็นหรือกิจการห้องเย็นและขนส่งห้องเย็น และศูนย์กลางการค้าสินค้าเกษตร
    2.ผลิตผลิตภัณฑ์เซรามิกยกเว้น Earthen Ware และกระเบื้องเซรามิก 3.กลุ่มสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม และเครื่องหนัง อาทิ เส้นใย และเคหะสิ่งทอ กระเป๋าหรือรองเท้า หรือผลิตภัณฑ์จากหนังสัตว์ เป็นต้น 4.เครื่องเรือน หรือชิ้นส่วน 5.อัญมณีและเครื่องประดับ หรือชิ้นส่วน รวมถึงวัตถุดิบและต้นแบบ 6.เครื่องมือแพทย์ หรือชิ้นส่วน 7.อุตสาหกรรมยานยนต์เครื่องจักรและชิ้นส่วน ได้แก่ เครื่องยนต์อเนกประสงค์ หรืออุปกรณ์ เครื่องจักร อุปกรณ์ เป็นต้น
    8.เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า หลอดไฟแบบ LED Compressor และ/หรือ Motor สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น
    9.พลาสติก อาทิ ผลิตภัณฑ์พลาสติกสำหรับอุตสาหกรรม บรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดหลายชั้น บรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดปลอดเชื้อเป็นต้น 10.การผลิตยา 11.โลจิสติกส์ อาทิ สถานที่ตรวจปล่อยและบรรจุสินค้าเข้าตู้คอนเทนเนอร์ โรงพัก ศูนย์กระจายสินค้าด้วยระบบทันสมัย (DC) เป็นต้น 12.นิคมหรือเขตอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ หรือเขตอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ และ 13.กิจการสนับสนุนการท่องเที่ยว อาทิ กิจการเฟอร์รี่หรือเดินเรือท่องเที่ยวหรือให้เช่าเรือท่องเที่ยว ศูนย์ศิลปหัตถกรรม สวนสัตว์เปิด พิพิธภัณฑ์ เป็นต้น
    อย่างไรก็ตาม ภายใน 1-2 เดือนในทุกเขตเศรษฐกิจพิเศษจะตั้งศูนย์บริการเบ็ดเสร็จด้านการลงทุน One Stop Service หรือ OSS เพื่ออำนวยความสะดวกติดต่อประสานงานกับนักลงทุน ซึ่งจะช่วยลดปัญหาที่นักลงทุนมักเข้าใจผิดว่าทุกจังหวัดทุกอุตสาหกรรมสามารถได้รับการส่งเสริมจากบีโอไอ

    สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้ออกประกาศกำหนดกิจการเป้าหมายในการดึงดูดให้นักลงทุนเข้าใปดำเนินกิจการในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภายใต้ยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนระยะ 7 ปี (2558-2564)

  • ศ.ศ.ป.เดินหน้าส่งเสริมออกแบบ กลุ่มทอผ้าไหมอีรี่ สู่สากล

    26 May 15 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star
    ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ ศ.ศ.ป. เดินหน้าโครงการ “พัฒนาผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Crafts)” พร้อมเดินหน้าส่งเสริมออกแบบกลุ่มทอผ้าไหมอีรี่จากพื้นบ้านสู่สากล ศ.ศ.ป.เผย ปัจจุบันไทยเป็นเจ้าแรกที่ ผลิตผ้าไหมอีรี่ย้อมธรรมชาติได้มาตรฐานมากที่สุด

    ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ ศ.ศ.ป. เดินหน้าโครงการ “พัฒนาผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Crafts)” พร้อมเดินหน้าส่งเสริมออกแบบกลุ่มทอผ้าไหมอีรี่จากพื้นบ้านสู่สากล ศ.ศ.ป.เผย ปัจจุบันไทยเป็นเจ้าแรกที่ ผลิตผ้าไหมอีรี่ย้อมธรรมชาติได้มาตรฐานมากที่สุด

  • รายงานฮิวแมน ไรท์ วอทช์ ระบุ รัฐบาลกัมพูชา-แบรนด์ค้าปลีกเสื้อผ้าโลก ล้มเหลวคุ้มครองแรงงานในอุตสาหกรรมสิ่งทอ

    24 Mar 15 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star
    กลุ่มเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน "ฮิวแมน ไรท์ วอทช์" เผย แรงงานโรงงานสิ่งทอกัมพูชา ที่ผลิตเสื้อผ้าให้กับผู้ค้าปลีกข้ามชาติ มักโดนละเมิดสิทธิ และถูกเอารัดเอาเปรียบเป็นประจำ ชี้ทั้งรัฐบาล และแบรนด์จ้างผลิต ต่างไม่มีการเคลื่อนไหวที่มากพอที่จะปกป้องแรงงานเหล่านี้
    ในรายงานฉบับล่าสุดที่ออกมานั้น ฮิวแมน ไรท์ วอทช์ ระบุว่า แม้จะมีกฎหมายแรงงานที่แข็งแกร่ง แต่กัมพูชาก็ล้มเหลวที่จะปกป้องแรงงานในอยู่ในซัพพลายเชนสิ่งทอโลก ไม่มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ขณะที่ผู้ค้าปลีกเองก็ล้มเหลวถึงการตรวจสอบของผู้จัดหา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรงงานรับช่วงผลิต ซึ่งมักมีรายงานเกี่ยวกับการบังคับให้ทำงานล่วงเวลา และเลิกจ้างพนักงานตั้งครรภ์
    นักวิจัยอาวุโสเรื่องสิทธิแรงงานหญิง ผู้เขียนรายงานฉบับนี้ ของฮิวแมน ไรท์ วอทช์ ชี้ว่า รัฐบาลกัมพูชาควรดำเนินมาตรการอย่างเร่งด่วน เพื่อแก้ไขปัญหาบังคับใช้แรงงานที่น่าหวาดวิตกนี้ และให้การปกป้องคนงานไม่ให้ถูกล่วงละเมิดสิทธิ
    ขณะโฆษกรัฐบาลกัมพูชา ระบุว่า รัฐบาลอยู่ระหว่างการทำงานร่วมกับผู้ซื้อ ผู้รับจ้างผลิต และสหภาพแรงงาน เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่่องแรงงานดังกล่าว พร้อมยืนยันถึงจุดยืนของรัฐบาล ที่คัดค้านการบังคับใช้แรงงาน และละเมิดสิทธิต่างๆ

    กลุ่มเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน "ฮิวแมน ไรท์ วอทช์" เผย แรงงานโรงงานสิ่งทอกัมพูชา ที่ผลิตเสื้อผ้าให้กับผู้ค้าปลีกข้ามชาติ มักโดนละเมิดสิทธิ และถูกเอารัดเอาเปรียบเป็นประจำ ชี้ทั้งรัฐบาล และแบรนด์จ้างผลิต ต่างไม่มีการเคลื่อนไหวที่มากพอที่จะปกป้องแรงงานเหล่านี้

  • ยกเลิกประกาศกระทรวงพาณิชย์ ว่าด้วยการนําสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร ฉบับที่75 ขจัดปัญหาค้าสิ่งทอระหว่างประเทศ

    06 Mar 15 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star
    เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ (5มี.ค.) ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง ยกเลิกประกาศกระทรวงพาณิชย์ ว่าด้วยการนําสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร (ฉบับที่ ๗๕) พ.ศ. ๒๕๓๓ พ.ศ. ๒๕๕๘

    เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ (5มี.ค.) ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง ยกเลิกประกาศกระทรวงพาณิชย์ ว่าด้วยการนําสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร (ฉบับที่ ๗๕) พ.ศ. ๒๕๓๓ พ.ศ. ๒๕๕๘

  • เร่งเยียวยา...หม่อนไหม

    27 Feb 15 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star
    กรมหม่อนไหม...แม้จะเป็นหน่วยงานน้องใหม่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่ก็มี ภารกิจข้องเกี่ยวกับอาชีพของชาวบ้านและเกษตรกรไทย บนเส้นทางสายไหมที่สืบสานกันมาอย่างยาวนาน เพื่อให้เกษตรกรไทยเข้าสู่ห้วงแห่งความสุข...

    กรมหม่อนไหม...แม้จะเป็นหน่วยงานน้องใหม่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่ก็มี ภารกิจข้องเกี่ยวกับอาชีพของชาวบ้านและเกษตรกรไทย บนเส้นทางสายไหมที่สืบสานกันมาอย่างยาวนาน เพื่อให้เกษตรกรไทยเข้าสู่ห้วงแห่งความสุข...

  • THTI แนะทางออกสิ่งทอยุคไร้ GSP

    03 Feb 15 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star
    นางสุทธินีย์ พู่ผกา ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ เปิดเผยภายในงานสัมมนา สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทย ยุคไร้ GSP และ FTA ไทยควรปรับตัวอย่างไร” ว่าในช่วงที่ผ่านมาการส่งออกสิ่งทอไทย และเครื่องนุ่งห่มไทยในตลาดสหภาพยุโรปนั้นต้องเผชิญกับปัญหาการส่งออกหลายประการ โดยเฉพาะที่สำคัญ ประเทศไทยถูกยกเลิกสิทธิพิเศษทางการค้า (Generalized System of Preference) ในการส่งออกไปตลาดสหภาพยุโรป เนื่องจากประเทศไทยถูกจัดเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลางค่อนข้างสูง (upper-middle income) จากธนาคารโลกเป็นเวลาต่อเนื่อง 3 ปี ติดต่อกัน
    การถูกยกเลิกสิทธิพิเศษทางการค้า (Generalized System of Preference) มีผลให้สินค้าส่งออกของไทยต้องเสียภาษีในอัตราที่สูงขึ้นหรือในอัตราที่สหภาพยุโรปเรียกเก็บเป็นการทั่วไป (Most Favored Nation Treatment) กับประเทศอื่นๆที่ไม่ได้มีความตกลงทางการค้ากับสหภาพยุโรปและมีผลให้สินค้าส่งออกของไทยต้องประสบกับสภาวะการแข่งขันในตลาดสหภาพยุโรปที่รุนแรงยิ่งขึ้น เนื่องจากประเทศผู้ผลิตและส่งออกหลักยังคงได้รับสิทธิ GSP เช่น อินโดนีเซีย เวียดนาม กัมพูชา สาธารณรัฐประชาชนลาว เมียนมาร์ เป็นต้น แม้ว่าการเจรจาการเปิดเสรีการค้าไทย-สหภาพยุโรปจะล่าช้าออกไป แต่ไทยต้องเตรียมความพร้อมในการเจรจา รวมทั้งต้องเร่งยกระดับความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มทั้งห่วงโซ่การผลิตทั้งอุตสาหกรรมต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ
    สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ เล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าว จึงได้จัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการศึกษาเขตการค้าเสรีไทย/อาเซียน – สหภาพยุโรปในมิติอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม โดยร่วมกับ สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อศึกษาวิเคราะห์ผลประโยชน์และผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมไทยจากการยกเลิกสิทธิพิเศษทางการค้า (GSP) และแนวทางการจัดตั้งเขตการค้าเสรีระหว่างไทย – สหภาพยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกำหนดท่าทีการเจรจาการค้าเสรีสินค้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม การพัฒนาความร่วมมือด้านการลงทุนในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป พร้อมเสนอแนะแนวทาง กลไกและมาตรการสำหรับภาครัฐและภาคเอกชนในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทยในบริบทการแข่งขันภายใต้ AEC โดยมีประเด็นหลักๆ ที่ต้องกำหนดท่าทีคือ
    1. การลดภาษีนำเข้าสินค้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม
    2. การเจรจาเรื่องกฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้า
    3. การพัฒนายกระดับอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทยสู่เครือข่ายการผลิตในภูมิภาค
    โดยหากการเจรจาความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับสหภาพยุโรปสามารถลงนามข้อตกลงได้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการส่งออกเครื่องนุ่งห่มไปยังสหภาพยุโรปเนื่องด้วยภายหลังจากปี 2558 เป็นต้นไปประเทศไทยจะไม่ได้รับสิทธิ GSP ส่งผลให้สินค้าเครื่องนุ่งห่มไทยที่ยังมีฐานการผลิตภายในประเทศต้องเผชิญกับการแข่งขันด้านราคาอย่างรุนแรงในตลาดสหภาพยุโรปเนื่องจากสินค้าไทยต้องเสียภาษีที่อัตราประมาณร้อยละ 12 ขณะที่สินค้าจากประเทศเวียดนาม(กรณีการเจรจาสามารถลงนามความตกลงได้สำเร็จ)อัตราภาษีจะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 0 จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ไทยต้องให้ความสำคัญกับการเจรจาความตกลงการค้าเสรีกับสหภาพยุโรป
    ปัจจุบันอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทยเป็นสาขาการผลิตที่สร้างรายได้หลักให้แก่ประเทศมาอย่างต่อเนื่อง การส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มมีมูลค่าเฉลี่ย 224,000 ล้านบาทต่อปี โดยเฉพาะสหภาพยุโรปนั้นถือได้ว่าเป็นตลาดสิ่งทอ และเครื่องนุ่งห่มไทยที่สำคัญแห่งหนึ่งของไทย ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2557 มีการส่งในตลาดสหภาพยุโรปมีมูลค่าสูงถึง 32,288 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 6.9 ของการส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม

    ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2558 สหภาพยุโรป (อียู) ยกเลิกสิทธิพิเศษทางการค้า Generalized System of Preference หรือ จีเอสพี ทำให้สินค้าส่งออกของไทยไปอียูต้องเสียภาษีนำเข้าสูงถึงร้อยละ 12 เนื่องจากประเทศไทยถูกจัดเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลางค่อนข้างสูง (upper-middle income) จากธนาคารโลกเป็นเวลาต่อเนื่อง 3 ปี ติดต่อกัน

  • ประกาศเลื่อนกำหนดการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ออกไปอีก 1 ปี

    15 Jan 15 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star
    ผู้นำชาติอาเซียนตัดสินใจประกาศเลื่อนกำหนดการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (Asean Economic Community) เป็นเวลา 12 เดือน จากเดิมวันที่ 1 มกราคม 2015 ไปเป็นวันที่ 31 ธันวาคม ปีเดียวกัน ในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ระหว่างวันที่ 18-20 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

    ผู้นำชาติอาเซียนตัดสินใจประกาศเลื่อนกำหนดการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (Asean Economic Community) เป็นเวลา 12 เดือน จากเดิมวันที่ 1 มกราคม 2015 ไปเป็นวันที่ 31 ธันวาคม ปีเดียวกัน ในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ระหว่างวันที่ 18-20 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

  • ฮือฮา วท.ยกเว้น

    13 Jan 15 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star
    ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการมาตรการเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมตามที่กระทรวงการคลังเสนอแล้ว เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.ที่ผ่านมา สาระสำคัญคือการเพิ่มมาตรการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับค่าใช้จ่ายการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากเดิม 200% เป็น 300% ซึ่งมาตรการดังกล่าวมีความสำคัญต่อการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทย ประการสำคัญคือ การพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรมที่ วท.ได้ผลักดันและขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากทำให้ผลงานวิจัยในภาครัฐรองรับความต้องการเชิงพาณิชย์ที่แท้จริงแล้ว ยังเชื่อมโยงการวิจัยกับภาคเอกชนเพื่อให้มีนวัตกรรมในการลดต้นทุนและสร้างผลิตภัณฑ์ และบริการใหม่ๆ เพื่อการส่งออกและบริโภคภายในประเทศ

    ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการมาตรการเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมตามที่กระทรวงการคลังเสนอแล้ว เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.ที่ผ่านมา สาระสำคัญคือการเพิ่มมาตรการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับค่าใช้จ่ายการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากเดิม 200% เป็น 300% ซึ่งมาตรการดังกล่าวมีความสำคัญต่อการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทย ประการสำคัญคือ การพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรมที่ วท.ได้ผลักดันและขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากทำให้ผลงานวิจัยในภาครัฐรองรับความต้องการเชิงพาณิชย์ที่แท้จริงแล้ว ยังเชื่อมโยงการวิจัยกับภาคเอกชนเพื่อให้มีนวัตกรรมในการลดต้นทุนและสร้างผลิตภัณฑ์ และบริการใหม่ๆ เพื่อการส่งออกและบริโภคภายในประเทศ

  • พาณิชย์เปิดเว็บไซต์ "ศูนย์รวมข้อมูลด้านการเศรษฐกิจการค้า" ออนไลน์

    25 Dec 14 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star
    พาณิชย์เปิดเว็บไซต์ aecthaibiz.com  ศูนย์รวมข้อมูลด้านการเศรษฐกิจการค้า ที่จะรวมข้อมูล กฎระเบียบ การบริการงานด้านต่าง  ของกระทรวงพาณิชย์ หวังรองรับการขยายตลาด เครือข่ายนักธุรกิจสู่อาเซียน จีนตอนใต้

    พาณิชย์เปิดเว็บไซต์ www.aecthaibiz.com ศูนย์รวมข้อมูลด้านการเศรษฐกิจการค้า ที่จะรวมข้อมูล กฎระเบียบ การบริการงานด้านต่าง  ของกระทรวงพาณิชย์ หวังรองรับการขยายตลาด เครือข่ายนักธุรกิจสู่อาเซียน จีนตอนใต้

  • ลุ้นมาตรการรัฐช่วยดัน! กกร.หั่นเป้าจีดีพีประเทศปี 58 เหลือ 3.5%

    03 Dec 14 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star
    กกร.ปรับเป้าจีดีพีปี 2558 เหลือ 3.5-4% ลุ้นมาตรการรัฐดันตัวเลขพุ่ง คาคส่งออกโต 3.5% พร้อมติงคลังขึ้นแวตควรรอให้เศรษฐกิจโตก่อน

    กกร.ปรับเป้าจีดีพีปี 2558 เหลือ 3.5-4% ลุ้นมาตรการรัฐดันตัวเลขพุ่ง คาคส่งออกโต 3.5% พร้อมติงคลังขึ้นแวตควรรอให้เศรษฐกิจโตก่อน