Switch to: uk
30 May 2017 11:39AM

ผู้ประกอบการผ้าไทย ปรับลุค เปลี่ยนดีไซน์-ขายแนวพิธีการ

11 Nov 16 ,  ttistextiledigest
  • 0
นับตั้งแต่วันที่ 29-30 ตุลาคม 2559 ที่ผ่านมา สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยมีข้อกำหนดเรื่องเครื่องแต่งกาย จึงทำให้กระแสชุดไทยถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง โดยเฉพาะชุดไทยจิตรลดา ซึ่งเป็นชุดสำหรับพิธีการได้รับความสนใจอย่างแพร่หลาย ซึ่งแน่นอนว่าร้านจำหน่ายชุดไทย รวมถึงผู้ผลิต และให้บริการตัดเย็บตั้งแต่ระดับต้นน้ำย่อมได้รับอานิสงส์ในครั้งนี้ ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคที่มิได้ใส่ชุดไทย ก็มีทางเลือกอื่นที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

นับตั้งแต่วันที่ 29-30 ตุลาคม 2559 ที่ผ่านมา สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยมีข้อกำหนดเรื่องเครื่องแต่งกาย จึงทำให้กระแสชุดไทยถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง โดยเฉพาะชุดไทยจิตรลดา ซึ่งเป็นชุดสำหรับพิธีการได้รับความสนใจอย่างแพร่หลาย ซึ่งแน่นอนว่าร้านจำหน่ายชุดไทย รวมถึงผู้ผลิต และให้บริการตัดเย็บตั้งแต่ระดับต้นน้ำย่อมได้รับอานิสงส์ในครั้งนี้ ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคที่มิได้ใส่ชุดไทย ก็มีทางเลือกอื่นที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

 

ThaiFabricChange

 

ร้านตัดเย็บเร่งออร์เดอร์

 

"สุวดี วงศ์เสงี่ยม" ดีไซเนอร์และเจ้าของร้านพาหุรัด ร้านจำหน่าย และตัดชุดไทยแบบครบวงจร กล่าวว่า ขณะนี้ทางร้านมีออร์เดอร์สั่งตัดเฉพาะชุดไทยจิตรลดา ไม่ต่ำกว่า 300 ชุด เพิ่มขึ้นกว่า 5 เท่าตัว ทำให้ต้องใช้เวลารอสินค้าประมาณเดือนครึ่ง-2 เดือน จากเดิมที่สามารถรับชุดภายในสองอาทิตย์ โดยลูกค้ากลุ่มแรกที่เข้ามาถามหาชุดไทยจิตรลดาจะเป็นกลุ่มข้าราชการ ซึ่งต้องเข้าไปฟังสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ และต้องการเข้าไปถวายสักการะในพระบรมมหาราชวังในช่วงที่เปิดให้ประชาชนเข้าร่วมใน 100 วันแรก

 

"สุวดี" ฉายภาพให้เห็นความต้องการชุดไทยจิตรลดาชัด ๆ ว่า หลังจากสำนักพระราชวังประกาศให้ประชาชนถวายสักการะพระบรมศพเพียง 1 วัน ชุดที่สต๊อกไว้ยังหน้าร้านทั้ง 2 สาขาคือ พระราม 9 และเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน จำนวน 150 ชุด ขายหมดภายในวันเดียว เมื่อชุดหมดก็จะมีลูกค้าที่เข้ามาถามหาชุดอีกวันละกว่า 100 ราย ไม่นับรวมลูกค้าที่สามารถรอสั่งตัดได้อีกประมาณ 60-70 ชุด/วัน ทั้ง ๆ ที่ร้านเราสามารถผลิตชุดไทยจิตรลดาได้เพียงวันละ 20 ชุด เท่านั้น

 

"ช่วงแรกจะเป็นกลุ่มข้าราชการ และกลุ่มที่ต้องตามเสด็จ ซึ่งเป็นลูกค้าเก่าของเราอยู่แล้ว มีทั้งโทร.มาจองสินค้า ทักไลน์ รวมทั้งสั่งสินค้าผ่านเฟซบุ๊ก พูดง่าย ๆ คือทุกช่องทางของร้านที่มี กลุ่มถัดมาที่ติดต่อเข้ามาคือลูกค้าองค์กรที่ต้องการสั่งจำนวน 10 ชุดขึ้นไป นอกจากนี้ยังมีกลุ่มร้านเสื้อผ้าในต่างจังหวัดที่ติดต่อขอสั่งเป็นลอตใหญ่อีกจำนวนมาก ซึ่งทางร้านจะเน้นตามคิว และหลายรายที่ไม่สามารถรอสินค้าได้ จึงต้องปฏิเสธออร์เดอร์ไป"

 

ราคาชุดไทยจิตรลดาของร้านอยู่ที่ 2,150 บาท ผลิตจากผ้าไหมเทียม แต่หากลูกค้าต้องการผ้าไหมแท้ราคาจะพุ่งสูงขึ้นตามราคาผ้า และความละเอียดของชิ้นงาน

 

ส่วนสินค้าที่เป็นแบบแยกชิ้นจำหน่าย เช่น เสื้อ กระโปรง ผ้านุ่ง ราคาเริ่มต้นที่ 450 -3,500 บาท ราคานี้ไม่มีการปรับขึ้นแต่อย่างใด นอกจากชุดไทยจิตรลดาแล้ว เสื้อพระราชทานสำหรับผู้ชายก็เป็นสินค้าที่ได้รับออร์เดอร์อย่างทะลักทลาย โดยเสื้อพระราชทานสีดำมียอดขายเพิ่มขึ้น 50% ในช่วงที่ผ่านมา

 

ThaiFabricChange1

 

ชุดแฟชั่นหันปรับลุค

 

"วัลยา ธีรพลกุล" เจ้าของร้าน delizia จำหน่ายเสื้อผ้าแฟชั่นสุภาพสตรีมากว่า 5 ปี ที่แพลทินัม กล่าวว่า เดิมทีทางร้านจะมีสไตล์ชัดเจนคือเน้นเป็นผ้าชีฟองสั้น เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น ระดับราคาอยู่ที่ 200 บาท เป็นต้นไป แต่เมื่อมีแถลงการณ์จากสำนักพระราชวัง ทางร้านจึงมีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ใหม่ รวมทั้งการจัดหน้าร้านใหม่ทั้งหมด โดยเก็บเสื้อผ้าสีสัน เสื้อผ้าที่ออกแนวเซ็กซี่ แล้วนำเสื้อผ้าสีดำขึ้นโชว์แทนทั้งยังมีการปรับดีไซน์เสื้อผ้าคอลเล็กชั่นให้มีความสุภาพมากขึ้น เพื่อให้เหมาะสำหรับการสวมใส่เพื่อไว้ทุกข์ และเพื่อตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้นคือ จากแขนกุด เปลี่ยนเป็นเสื้อมีแขน จนถึงแขนยาว งดจำหน่ายเสื้อผ้ารัดรูป ส่วนกางเกงหรือกระโปรงก็จะเพิ่มความยาวให้คลุมเข่า และเพิ่มปริมาณแบบสีดำจากเดิมที่มีอยู่เพียง 10% จนกลายเป็น 80% ทั้งยังมีโปรโมชั่นแจกเข็มกลัดโบสีดำฟรีให้ลูกค้าด้วย

 

"หลังจากสำนักพระราชวังประกาศให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพในวันแรก เรียกว่าห้างแตก เพราะลูกค้าต่างจังหวัด และลูกค้าหน้าใหม่ขึ้นมาขนสินค้าเพื่อไปจำหน่ายในพื้นที่ หลายร้านต้องนำคอลเล็กชั่นชุดดำที่เคยค้างสต๊อกมาวางจำหน่าย ปรากฏว่าขายดีมาก และช่วงสัปดาห์แรกเราต้องปฏิเสธออร์เดอร์ผ้าสีจากลูกค้าต่างประเทศทั้งหมดเพื่อเทกำลังการผลิตมาที่ชุดดำ ซึ่งมีทั้งจำหน่ายหน้าร้าน และพรีออร์เดอร์จากลูกค้าจากต่างจังหวัดเพื่อไม่ให้เสียโอกาส"

 

"เราเชื่อว่าภายใน 1 เดือน น่าจะเคลียร์ออร์เดอร์ได้ทั้งหมด พร้อมกลับมาจัดร้านให้เป็น 2 โซน คือ โซนเสื้อผ้าสีดำสำหรับกลุ่มลูกค้าคนไทยที่ยังต้องการเสื้อผ้าสำหรับใส่ไว้ทุกข์ให้ในหลวง และโซนสีสัน ดีไซน์แบบเดิมเพื่อรักษาลูกค้าต่างชาติที่จะเข้ามาซื้อ"

 

ThaiFabricChange2

 

ผ้าไหมแท้หันผลิตสีดำ

 

สำหรับกลุ่มผู้ผลิตผ้าไหมที่เจาะลูกค้าระดับบนกล่าวถึงความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งในลักษณะของการดีไซน์สินค้าขึ้นมาใหม่ และการตัดเย็บในลักษณะแฟชั่น ซึ่งเรื่องนี้ "วีรธรรม ตระกูลเงินไทย" ครูช่างผู้ทอผ้าไทยลวดลายราชสำนัก บ้านท่าสว่าง กลุ่มจันทร์โสมา จ.สุรินทร์ ซึ่งปกติจะออกแบบลวดลายไทย และเน้นผ้าที่เป็นสีสัน โดยผ้าไหมมีราคาสูงถึง 4-5 หมื่นบาท/เมตร โดยมีลูกค้าระดับบนขึ้นไปที่จะซื้อผ้าไหมเพื่อตัดเย็บ และสะสม

 

"เดิมทีไม่เน้นทอผ้าสีดำ เพราะมีโอกาสใช้น้อยกว่าผ้าที่มีสีสัน เพราะสามารถสวมใส่ออกงานต่าง ๆ ได้มากกว่า แต่ในช่วงที่ผ่านมามีลูกค้าสอบถามเข้ามามาก จึงคิดออกแบบลวดลายพิเศษ คือลายดอกฝาบาตร และย้อมสีดำ เพื่อให้ลูกค้าที่ต้องการผ้าไหมแท้ใส่ไปแสดงความไว้อาลัย โดยจะมีการลดต้นทุนสินค้าลงเพื่อให้สามารถเข้าถึงผ้าไหมได้มากขึ้น โดยตอนนี้เราพยายามเร่งเพื่อให้ทันกับช่วงสำคัญ ด้วยการลดกระบวนการผลิตจากเดิมที่เคยใช้ผู้ทอถึง 4 คน แต่ตอนนี้เหลือเพียงคนเดียวเท่านั้น ส่วนเรื่องการย้อมเราใช้วิธีการย้อมเคมีเข้ามาแทนการย้อมธรรมชาติ ราคาประมาณ 20,000 บาท/ผืน และเราจะผลิตออกมา 50-60 ผืนภายในเดือนธันวาคมนี้"

 

ขณะที่ "ชุติมา ดำสุวรรณ" ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร จิม ทอมป์สัน ผู้ผลิตผ้าไหมรายใหญ่ เปิดเผยว่า ขณะนี้สินค้าที่หน้าร้านของจิม ทอมป์สัน ในกลุ่มที่เกี่ยวกับผ้าไหมสีดำ มีความต้องการเพิ่มขึ้นตามความต้องการ โดยเฉพาะเนกไทผ้าไหมสีดำ และผ้าผืนสีดำ โดยกลุ่มผ้าผืนสินค้าขาดตลาด เนื่องจากลูกค้ากลุ่มบนต้องการผ้าไหมแท้เพื่อนำไปตัดชุดไทยจิตรลดาเป็นจำนวนมาก และลูกค้าที่ต้องการสินค้าจะต้องรอสินค้าในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนถึงจะได้ เพราะผ้าไหมที่จำหน่ายเป็นผ้าไหมสีดำสี่เส้น ต้องใช้กระบวนการ และขั้นตอนการผลิตแบบทอมือ

 

"จากเดิมลูกค้าของจิม ทอมป์สัน เป็นชาวต่างชาติ 90% ซึ่งจะเน้นผ้าไหมเป็นผืนสำหรับตกแต่ง แต่ตอนนี้ลูกค้าคนไทยมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นอย่างชัดเจน เพราะพวกเขาต้องการผ้าไหมสีดำสำหรับตัดชุดไทยจิตรลดา เดิมทีผ้าไหมสีดำนั้น ทางจิม ทอมป์สันยกเลิกการผลิตไปนานแล้ว เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ต้องการผ้าไหมที่มีสีสันมากกว่า"

 

"แต่ในวาระสำคัญเช่นนี้ ทางจิม ทอมป์สันจึงกลับมาผลิตอีกครั้ง โดยคาดว่าจะสามารถผลิตได้ที่ 150 เมตร ในลอตที่จะถึงนี้ โดยเน้นการจำหน่ายปลีกคือ 5 เมตร (ชุดไทยจิตรลดา 1 ชุด ใช้ผ้าไหม 4.5-5 เมตร/ชุด) เพื่อให้คนไทยสวมใส่ชุดผ้าไหมในพระราชพิธีสำคัญ และบางทีอาจต้องปฏิเสธลูกค้าร้านตัดที่ต้องการผ้าปริมาณมาก แต่เรายังคงจำหน่ายราคาเดิม คือ 2,485 บาท/เมตร ส่วนเนกไทสีดำยังมีสินค้าจำหน่ายยังหน้าร้านปกติ โดยราคาเนกไทผ้าไหมสีดำอยู่ที่ 2,400 บาท/เส้น"

 

เพราะฉะนั้น ไม่ว่าประชาชนกลุ่มใดล้วนแล้วแต่ต้องการแสดงออกถึงความจงรักภักดี และความอาลัยทั้งสิ้น ซึ่งผู้ผลิตสินค้าเองก็ต่างประจักษ์ชัดในเรื่องนี้เป็นอย่างดี ทั้งพยายามตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุด โดยยึดพื้นฐานของความถูกต้อง กาลเทศะ มีการศึกษาข้อมูล ปรับดีไซน์ รวมถึงการไม่เอารัดเอาเปรียบด้านราคาในเวลาเช่นนี้

 

เพราะไม่เพียงจะช่วยส่งเสริมให้สินค้าชุดดำสามารถจำหน่ายได้ในระยะยาว และยั่งยืน ยังทำให้พวกเราชาวไทยทุกคนแสดงความไว้อาลัยต่อในหลวงของปวงประชาชนอีกทางหนึ่งด้วย

 

Source:prachachat