Switch to: uk
31 March 2017 06:39AM

Fast Fashion คึกคักแบรนด์อินเตอร์บุกไทย

29 Mar 11 ,  ฐานเศรษฐกิจ
  • 0

'คนไทยนิยมแต่งกายตามแฟชั่นมากขึ้น ผลักดันให้เสื้อผ้าสำเร็จรูปขยายตัวต่อเนื่อง'

 
จากการเปิดเขตเสรีการค้า หรือ เอฟทีเอ และการนำเข้าเสื้อผ้าแบรนด์เนมจำนวนมากของผู้ประกอบการไทย รวมไปถึงการเข้ามาของร้านเสื้อผ้าแฟชั่นลักษณะFast Fashion หรือ ร้านที่เปลี่ยนสต๊อกเสื้อผ้าเร็วกว่าอัตราเฉลี่ย คือประมาณ 4-5 ครั้งต่อปี อย่างเช่น Forever 21 จากสหรัฐฯ หรือ Gap และ Esprit และกำลังจะมี UNIQLO จากญี่ปุ่น ที่จะเข้ามาเปิดช็อปที่เซ็นทรัลเวิลด์ ประมาณกันยายน-ตุลาคมนี้ ส่งผลให้อุตสาหกรรมเสื้อผ้าสำเร็จรูปมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท ขยับตัวอย่างคึกคัก ทุกแบรนด์แข่งกันทำกิจกรรมการตลาด และปรับตัวอย่างถ้วนหน้า

 
นางสาวลีลานุช กมลวิศิษฏ์ ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ บริษัท ฮาร่า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า การเข้ามาของแบรนด์เสื้อผ้าอย่าง ยูนิโคล  (UNIQLO) ไม่ได้ถือเป็นคู่แข่งโดยตรงของฮาร่า แต่ในกลุ่มเสื้อผ้าของยูนิโคล ก็มีเสื้อผ้าที่เป็นยีนส์จำหน่ายอยู่ด้วย การเข้ามาของยูนิโคล แน่นอนว่าส่งผลให้ตลาดเสื้อผ้าโดยรวมมีการแข่งขันเพิ่มขึ้น แบรนด์ต่าง ๆ ต้องปรับตัวเพื่อรักษาฐานลูกค้าที่มีอยู่ อย่างไรก็ตาม การเข้ามาของแบรนด์ใหม่ๆ จะทำให้การแข่งขันสูงขึ้น โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ซึ่งปีที่แล้วก็มีการเปิดตัว Gap เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคในกรุงเทพฯ หรือคนเมือง จะเน้นเรื่องแบรนด์เป็นหลัก และลูกค้าสามารถเปลี่ยนแบรนด์ได้ง่าย ตามโปรโมชันและพรีเซนเตอร์ที่โดนใจ ส่วนต่างจังหวัด มียี่ห้อให้เลือกไม่มาก เพราะฉะนั้นจึงเลือกตามที่ตัวเองชอบเป็นหลัก

 
ส่วนตลาดรวมยีนส์มีแบรนด์ใหม่ ๆ เข้ามาทำตลาดเพิ่มเช่นกัน ส่งผลให้มูลค่าตลาดรวม 1,500 ล้านบาท เติบโตอีก 10% ในส่วนของฮาร่าเอง  ปีนี้มีแผนปรับภาพลักษณ์ของฮาร่า เม็กซิกัน ซึ่งเป็นยีนส์แนวแคชวลสำหรับผู้ชาย วัยประมาณ 30 ปีขึ้นไป ประมาณกลางปีนี้ จะปรับภาพลักษณ์ให้เด็กลงมาอยู่ที่ 20 ปีต้นๆ ถึง 30 ปีกลางๆ และมีภาพลักษณ์เป็นสปอร์ต แคชวลมากขึ้น

 
นอกจากนี้ ยังพยายามผลักดันตลาดต่างจังหวัด จากเดิมที่มีสัดส่วนการขายเป็น 70% ของยอดขายรวม ให้เติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 20% ในปีนี้ โดยจะใช้แบรนด์ จิ๊กการู บาย ฮาร่า (Jikkaroo By Hara) ในการเจาะตลาดวัยรุ่นเป็นหลัก ซึ่งจะมีการเพิ่มงบการตลาดจากปีที่แล้วประมาณ 10% ในการทำโรดโชว์ ทำบิลบอร์ด ลงในพื้นที่ต่างๆ ให้มากขึ้น และยังเตรียมเปิดตัวคอลเลกชันซัมเมอร์ ทั้ง กางเกงขาสั้น เอี๊ยม และอื่นๆ ประมาณปลายเดือนมีนาคมนี้ โดยประมาณเมษายนนี้ บริษัทอาจมีการปรับราคาสินค้าขึ้นอีก 10% ตามราคาวัตถุดิบที่ปรับขึ้นมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว

 
สำหรับการรักษาฐานลูกค้า ฮาร่าเน้นให้ความสำคัญกับทีมขาย ซึ่งเป็นทีมงานที่อยู่กับฮาร่ามานาน ค่อนข้างสริมกับลูกค้า ทำให้เกิดความเชื่อใจ และสามารถสื่อสารส่งข่าวคอลเลกชันใหม่ๆ ของฮาร่าได้ทันที นอกจากนี้ ยังมีฐานสมาชิกอีก 2,000-3,000 คน ซึ่งเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยปีนี้จะทำโปรโมชันไปพร้อมๆ กับห้างสรรพสินค้า เช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา และยังจัดทำกิจกรรมการตลาด พร้อมสินค้าพรีเมียม ส่วนช็อปปีนี้จะเปิดเพิ่มช็อปแบรนด์ จิ๊กการู บาย ฮาร่าอีก 2-3 ช็อป อาทิ เทอร์มินอล 21  และเซ็นทรัล พระราม 9 ส่วนฮาร่าปัจจุบันมี 3 ช็อป และเคาน์เตอร์ประมาณ 40 จุด ซึ่งมีแผนขยายตามการเปิดตัวของห้างสรรพสินค้าใหม่ๆ โดยคาดว่าปีนี้ ฮาร่าจะสามารถผลักดันยอดรายได้รวมของบริษัทให้เติบโตอีกไม่ต่ำกว่า 15%

 
นายบุญชัย  คงปักไพศาล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอล เอ็ม อี จำกัด ผู้บริหารแบรนด์ ESPADA, ESP, Rock Express, LTD, FOX และ F Fashion กล่าวว่า ปีนี้นอกจากยูนิโคลจากญี่ปุ่นแล้ว ยังมีแบรนด์จากอิตาลีอีก 2-3 แบรนด์ที่จะเข้ามาทำตลาดในเมืองไทย เพราะฉะนั้นบริษัทจึงเน้นการสร้างแบรนด์ของตัวเองให้มีความแข็งแรง จะไม่มีการแตกแบรนด์ใหม่ นอกจากมีแผนนำเข้าแบรนด์จากสหรัฐฯ เพิ่มอีก 1 แบรนด์ ประมาณไตรมาส 3 หรือ 4 นี้ เป็นเสื้อผ้าแนวสตรีตแวร์ ซึ่งเป็นที่รู้จักในตลาดอยู่แล้ว

 
"ใน 1-2 ปีนี้ เรามีนโยบายที่จะไม่แตกแบรนด์ใหม่ เราจะทำแบรนด์ของเราให้โต ทำแบรนด์เดิมให้แข็งแรง เพราะต้องมาดูว่า คนไทยจะยอมรับกับแบรนด์ที่ตัวเองไม่รู้จักมากน้อยแค่ไหน" นายบุญชัยกล่าวและว่า บริษัทจะให้ความสำคัญกับการปรับตัวให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค เช่นการนำเสนอคอลเลกชันใหม่ๆ ที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ในแต่ละช่วง เช่น ซัมเมอร์ เป็นช่วงของการพักผ่อน ก็จะออก รีสอร์ต คอลเลกชัน หรือคอลเลกชันวินเทอร์ สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังพยายามขยายช่องทางขายทั้งในต่างจังหวัดและต่างประเทศเพิ่มเติม โดยตั้งเป้ายอดขายเติบโต 25-30% จากปีที่แล้ว ที่ทำยอดขายได้ประมาณ 2,400 ล้านบาท เติบโต 20% ส่วนงบการตลาดตลอดทั้งปีวางไว้ที่ 100 ล้านบาท

 
ด้านบริษัท เซ็นทรัลเทรดดิ้ง จำกัด บริษัทในกลุ่มเซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้งกรุ๊ป (ซีเอ็มจี) ซึ่งเป็นผู้ผลิตและบริหารแบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำ อาทิ Wrangler, Lee, Daniel Hechter, S'fare, 4X4 MAN by S'fare, G2000, Benetton, Miss Sixty, Energie, FCUK, izzue, 5cm ปีนี้มีแผนรุกตลาดเสื้อผ้าอีกครั้ง ด้วยการเปิดรีเทลช็อปเสื้อผ้า ในปั๊มน้ำมัน ชื่อแบรนด์ เปย์ลิสต์ โดยจะมีการเปิดตัวเร็วๆ นี้

 
ส่วนบริษัท ไมเนอร์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้จัดจำหน่ายสินค้าแฟชั่น อาทิ เอสปรี, บอสสินี, Gap ฯลฯ ภายในปีนี้จะเปิดสาขาของ Gap ที่เพิ่งนำเข้ามาปีที่แล้วให้ครบ 3 สาขา และเพิ่มเป็น 6-7 สาขา ภายใน 5 ปี ได้แก่ เซ็นทรัลเวิลด์ พารากอน พาราไดซ์ พาร์ค และเซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว
  ด้านESPRIT ( เอสปรี ) เริ่มกิจกรรม CRM เพื่อสร้างงานทางด้านลูกค้าสัมพันธ์ขององค์กรให้คลอบคลุมและเข้าถึงกลุ่มลูกค้า ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จะจัดขึ้นทุกๆ วันศุกร์สิ้นเดือน อย่าง Fourth Friday ในคอนเซ็ปต์ Reggae 'n Roll  โดยการเอาจุดขายและความเป็น ESPRIT มานำเสนอผ่านแฟชั่นในแบบ Reggae 'n Rock เพื่อสร้างความน่าตื่นเต้นให้กับแบรนด์ หลังจากประสบความสำเร็จมาแล้วในไตรมาสแรกกับการเปิด Flagship Store เมื่อปลายปีที่ผ่านมา มาถึงปีนี้ ทาง ESPRIT จึงตั้งเป้าว่า กิจกรรม Fourth Friday Party จะสามารถสร้างฐานลูกค้าใหม่ๆ โดยปีที่แล้วมียอดขายเติบโตกว่า 20%

 
ส่วนบริษัท สตาร์แฟชั่น (2551) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าและรองเท้าจากต่างประเทศ ปีนี้จะทำการรีเฟรชแบรนด์เสื้อผ้า 3 แบรนด์ ได้แก่ ฮาร์ซาร์ด การ์แบงก์ และไฟโด้ดีโด้ ในครึ่งปีหลัง ให้มีความทันสมัยและเข้ากับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคมากขึ้น ส่วนแผนการขยายจุดจำหน่าย จะเปิดแบบร้านมัลติแบรนด์ช็อปและสแตนด์อะโลนแต่ละแบรนด์มากขึ้น