29 June 2017 06:40AM

เรียนรู้จากบริษัทไทย ในพม่า (2)

29 Apr 16 ,  ดิลก ถือกล้า posttoday
  • 0
ต่อจากในตอนที่แล้ว วันนี้มีเกร็ดเล็กๆ หลายอย่างที่เราคนไทยควรจะได้รับทราบเพื่อให้การทำงานร่วมกับบริหารคนท้องถิ่นที่นั่น สามารถเป็นไปได้ด้วยความเข้าใจ และลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาด้านบุคลากร โดยเกร็ดเล็กๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่
คนเมียนมาทั่วไปมีความคิดที่เป็นเชิงบวกกับคนไทย ชื่นชมคนไทย
คนเมียนมามีความใส่ใจห่วงใยกันในครอบครัวอยู่สูงมาก การเข้าถึง รู้จักคนในครอบครัวพนักงานจะช่วยสร้างความผูกพันของพนักงานต่อองค์กร
ศาสนาพุทธมีอิทธิพลสูงมากต่อวิถีชีวิต การสวดมนต์ ภาวนาอย่างจริงจัง ส่งผลเชิงบวกในด้านของการเป็นคนทำงานที่มีสมาธิ จดจ่อกับงานที่ทำเฉพาะหน้าและมีความอดทนสูง ทำให้เหมาะกับงานอุตสาหกรรมที่ต้องการความใส่ใจในรายละเอียด
พวกเขามีแนวโน้มที่จะเชื่อข่าวลือได้ง่าย การสื่อสารอย่างต่อเนื่อง และการสร้างความเชื่อใจจึงเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันเรื่องดังกล่าว
ค่าจ้างตั้งต้นของพนักงานในโรงงานจะอยู่ที่ 120 บาท/วัน ไม่รวมค่าทำงานล่วงเวลา และเบี้ยเลี้ยงต่างๆ
ปัญหาด้านฝีมือแรงงานที่สำคัญเรื่องหนึ่ง คือ การขาดแคลนด้านช่างเทคนิค การเรียนรู้ด้านวิชาชีพ เช่น ช่างยนต์ เครื่องกลต่างๆ ยังเป็นระบบการไปฝากตัวเป็นเด็กฝึกงานในร้านหรือโรงงานขนาดเล็ก เพื่อเรียนรู้และไต่เต้าจากเจ้าของกิจการหรือจากช่างรุ่นพี่ การแก้ปัญหาของบริษัทแห่งนี้ คือการนำช่างเทคนิคคนไทยเข้ามาฝึกให้กับคนท้องถิ่น
บัตรประจำตัวประชาชนสำหรับคนเมียนมาเป็นเรื่องใหญ่ และเราต้องให้ความสำคัญ ด้วยเหตุผลคือ คนเมียนมาไม่มีนามสกุล ระบบฐานข้อมูลยังไม่ทันสมัย ดังนั้น การออกบัตรประชาชนจึงต้องใช้เวลา และทางหน่วยงานราชการต้องออกแรงมากในการค้นหาข้อมูลเพื่อยืนยันตัวบุคคล การออกบัตรประชาชนแต่ละครั้ง ผู้ทำบัตรจะต้องเตรียมเงินประมาณ 1 แสนจ๊าด หรือประมาณ 4,000 บาท ดังนั้น สิ่งที่ตามมาในการบริหารบุคคล คือจะต้องระมัดระวังการใช้บัตรประชาชนปลอมมาสมัครงาน และต้อง เตรียมใจหากมีพนักงานท้องถิ่นทำบัตรประชาชนหายแล้วต้องมีวันลาหลายวันในการไปทำบัตรประชาชนใหม่
ต้องเตรียมใจเรื่องความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ไฟฟ้าจะดับและตกบ่อย อินเทอร์เน็ตค่าบริการยังแพงมาก คือ จะต้องจ่ายค่าบริการอินเทอร์เน็ต 100 เหรียญสหรัฐต่อความเร็ว 1 MG

ต่อจากในตอนที่แล้ว วันนี้มีเกร็ดเล็กๆ หลายอย่างที่เราคนไทยควรจะได้รับทราบเพื่อให้การทำงานร่วมกับบริหารคนท้องถิ่นที่นั่น สามารถเป็นไปได้ด้วยความเข้าใจ และลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาด้านบุคลากร โดยเกร็ดเล็กๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่

 

คนเมียนมาทั่วไปมีความคิดที่เป็นเชิงบวกกับคนไทย ชื่นชมคนไทย

 

คนเมียนมามีความใส่ใจห่วงใยกันในครอบครัวอยู่สูงมาก การเข้าถึง รู้จักคนในครอบครัวพนักงานจะช่วยสร้างความผูกพันของพนักงานต่อองค์กร

 

ศาสนาพุทธมีอิทธิพลสูงมากต่อวิถีชีวิต การสวดมนต์ ภาวนาอย่างจริงจัง ส่งผลเชิงบวกในด้านของการเป็นคนทำงานที่มีสมาธิ จดจ่อกับงานที่ทำเฉพาะหน้าและมีความอดทนสูง ทำให้เหมาะกับงานอุตสาหกรรมที่ต้องการความใส่ใจในรายละเอียด

 

พวกเขามีแนวโน้มที่จะเชื่อข่าวลือได้ง่าย การสื่อสารอย่างต่อเนื่อง และการสร้างความเชื่อใจจึงเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันเรื่องดังกล่าว

 

ค่าจ้างตั้งต้นของพนักงานในโรงงานจะอยู่ที่ 120 บาท/วัน ไม่รวมค่าทำงานล่วงเวลา และเบี้ยเลี้ยงต่างๆ

 

ปัญหาด้านฝีมือแรงงานที่สำคัญเรื่องหนึ่ง คือ การขาดแคลนด้านช่างเทคนิค การเรียนรู้ด้านวิชาชีพ เช่น ช่างยนต์ เครื่องกลต่างๆ ยังเป็นระบบการไปฝากตัวเป็นเด็กฝึกงานในร้านหรือโรงงานขนาดเล็ก เพื่อเรียนรู้และไต่เต้าจากเจ้าของกิจการหรือจากช่างรุ่นพี่ การแก้ปัญหาของบริษัทแห่งนี้ คือการนำช่างเทคนิคคนไทยเข้ามาฝึกให้กับคนท้องถิ่น

 

บัตรประจำตัวประชาชนสำหรับคนเมียนมาเป็นเรื่องใหญ่ และเราต้องให้ความสำคัญ ด้วยเหตุผลคือ คนเมียนมาไม่มีนามสกุล ระบบฐานข้อมูลยังไม่ทันสมัย ดังนั้น การออกบัตรประชาชนจึงต้องใช้เวลา และทางหน่วยงานราชการต้องออกแรงมากในการค้นหาข้อมูลเพื่อยืนยันตัวบุคคล การออกบัตรประชาชนแต่ละครั้ง ผู้ทำบัตรจะต้องเตรียมเงินประมาณ 1 แสนจ๊าด หรือประมาณ 4,000 บาท ดังนั้น สิ่งที่ตามมาในการบริหารบุคคล คือจะต้องระมัดระวังการใช้บัตรประชาชนปลอมมาสมัครงาน และต้อง เตรียมใจหากมีพนักงานท้องถิ่นทำบัตรประชาชนหายแล้วต้องมีวันลาหลายวันในการไปทำบัตรประชาชนใหม่

 

ต้องเตรียมใจเรื่องความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ไฟฟ้าจะดับและตกบ่อย อินเทอร์เน็ตค่าบริการยังแพงมาก คือ จะต้องจ่ายค่าบริการอินเทอร์เน็ต 100 เหรียญสหรัฐต่อความเร็ว 1 MG