29 June 2017 06:40AM

เรียนรู้จากบริษัทไทย ในพม่า (1)

22 Apr 16 ,  ดิลก ถือกล้า posttoday
  • 0
ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสเดินทางไปดูงานที่ประเทศเมียนมา การได้เข้าไปเยี่ยมชมโรงงานของบริษัทคนไทยที่ไปตั้งโรงงานอยู่ที่นั่น ชื่อ บริษัท ทองไทย ทำธุรกิจด้านผลิตภัณฑ์สิ่งทอ มีโรงงานในประเทศไทย 5 โรงงาน เวียงจันทน์ 1 โรงงาน และที่เมียนมา 1 โรงงาน

ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสเดินทางไปดูงานที่ประเทศเมียนมา การได้เข้าไปเยี่ยมชมโรงงานของบริษัทคนไทยที่ไปตั้งโรงงานอยู่ที่นั่น ชื่อ บริษัท ทองไทย ทำธุรกิจด้านผลิตภัณฑ์สิ่งทอ มีโรงงานในประเทศไทย 5 โรงงาน เวียงจันทน์ 1 โรงงาน และที่เมียนมา 1 โรงงาน

 

โดยโรงงานที่เมียนมาจะตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมลางกระยา โซน 1 อยู่ห่างจากเมืองร่างกุ้ง เมืองหลวงเก่าของเมียนมา ไปประมาณ 50 กม. โรงงานแห่งนี้มีพนักงานทั้งสิ้น 350 คน เป็นคนไทย  22 คน ที่ยังเป็นคนรุ่นหนุ่มสาว

 

ThongThai

 

การจูงใจให้คนไทยมาทำงานที่นี่ แม้จะเป็นเรื่องที่ดูยากลำบาก แต่สิ่งที่คนไทยเหล่านี้ตัดสินใจมาอย่างเต็มใจ ไม่ใช่เรื่องผลตอบแทน แต่เป็น “ภาพในอนาคต” ทีผู้บริหารระดับสูงได้ทำให้พนักงานคนไทยได้เห็นว่าองค์กรต้องการจะก้าวขึ้นเป็นบริษัทด้านสิ่งทอที่ขยายการเติบโตไปในอาเซียน ทำให้กลุ่มคน 22 คนนี้เกิดแรงบันดาลใจที่จะเป็นผู้สร้างประวัติศาสตร์มาบุกเบิกที่เมียนมาเพื่อให้องค์กรนี้เติบโตขึ้นไป สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากคนไทยกลุ่มนี้ในการบริหารคน เช่น การเลือกคนท้องถิ่นเข้ามาในโรงงาน จะเน้นที่ “Will do attitude”

 

แม้คนท้องถิ่นจะพูดภาษาไทยและอังกฤษไม่ได้ และคนไทยกลุ่มนี้พูดภาษาเมียนมาไม่ได้ แต่คนกลุ่มนี้บอกว่า ภาษากายและการออกท่าทางจะสามารถสื่อสารได้เป็นอย่างดี พวกเขาเคารพวิถีชุมชนของท้องถิ่น เช่น การสอนงาน โดยหัวหน้างานชายคนไทยที่อาจจะยืนใกล้ชิดกับพนักงานหญิงท้องถิ่น สร้างความไม่สบายใจกับผู้ปกครองของพนักงานกลุ่มนี้ พวกคนไทยกลุ่มนี้จะเข้าไปหาถึงบ้าน อธิบายให้เข้าใจ เชิญมาดูการทำงานเพื่อให้สบายใจ

 

เวลามีงานเทศกาลในหมู่บ้านที่พนักงานท้องถิ่นอาศัยอยู่ ก็จะไปเข้าร่วม ไปทำกิจกรรมอย่างกลมกลืน มีการวางแนวทางการเรียนรู้ไว้ว่า “โรงงานนี้เป็นเหมือนมหาวิทยาลัย” เพื่อกระตุ้นให้ทั้งผู้สอนงานและพนักงานอยากเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง มีระบบพี่เลี้ยง ในช่วงเดือน พ.ย.จะเป็นเดือนไหว้ครู พนักงานท้องถิ่นได้มีการจัดงานเพื่อระลึกถึงพระคุณของพี่เลี้ยงคนไทยกลุ่มนี้มาต่อเนื่อง 3 ปี โดยพวกเขาทำโดยการรวบรวมเงินมาจัดการกันเอง แม้พี่เลี้ยงชาวไทยกลุ่มนี้จะขอให้เขายกเลิกก็ตาม

 

(ติดตามตอนต่อไป พฤหัสฯหน้าครับ)