30 April 2017 19:00PM

เปิด "ขุมทรัพย์" ปากแม่น้ำโขง โอกาสธุรกิจไทยในเวียดนาม

03 Dec 15 ,  prachachat
  • 0
"กิ๋ว ล่อง" (Cuu Long) หรือพื้นที่บริเวณดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง นับเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของทั้งประเทศเวียดนามก็ว่าได้ ด้วยพื้นดินที่อุดมไปด้วยตะกอนแร่ธาตุที่พัดพามากับสายน้ำ รวมทั้งน้ำจืดที่แม่น้ำโขงหล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตรกรรมให้เติบโตจนสร้างราย ได้จากการส่งออกให้แก่คนท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง

"กิ๋ว ล่อง" (Cuu Long) หรือพื้นที่บริเวณดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง นับเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของทั้งประเทศเวียดนามก็ว่าได้ ด้วยพื้นดินที่อุดมไปด้วยตะกอนแร่ธาตุที่พัดพามากับสายน้ำ รวมทั้งน้ำจืดที่แม่น้ำโขงหล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตรกรรมให้เติบโตจนสร้างราย ได้จากการส่งออกให้แก่คนท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง

 

CuuLong

 

เวียดนาม นิวส์ รายงานว่า รัฐบาลเวียดนามพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจและดึงดูดเม็ดเงินการลงทุน เข้าสู่พื้นที่เศรษฐกิจอย่างสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงให้ได้มากที่สุด ซึ่งขณะนี้ได้ให้การส่งเสริมการลงทุนใน 74 โครงการแล้ว

 

โดยใน 74 โครงการดังกล่าว จะมุ่งให้ความสำคัญกับภาคเกษตรที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง อุตสาหกรรมแปรรูป การพัฒนาเขตเมือง โครงสร้างพื้นฐานนิคมอุตสาหกรรม ภาคการผลิต และวัสดุก่อสร้าง รวมไปถึงการท่องเที่ยว การค้า และบริการ เป็นต้น

 

หวอ แถ่ง ทอง ประธานคณะกรรมการประชาชนเขตปกครองเมืองเกิ่น เทอ (Can Tho) หนึ่ง ในเมืองสำคัญทางเศรษฐกิจของบริเวณดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง กล่าวในระหว่างการประชุมการส่งเสริมการลงทุนว่า "สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงของเวียดนาม ได้กลายเป็นพื้นที่ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุน ซึ่งขณะนี้เมืองเกิ่น เทอ ได้ออกมาตรการที่เอื้อต่อการลงทุนมากดีที่สุด ทั้งการสร้างบรรยากาศในการลงทุน การออกแบบโครงสร้างพื้นฐานให้สมบูรณ์มากขึ้น ลดขั้นตอนในระบบราชการและการเพิ่มศักยภาพทรัพยากรบุคคล"

 

ขณะที่สภาหอการค้าและอุตสาหกรรมของเวียดนามสาขานครเกิ่น เทอ (VCCI Can Tho) ระบุว่า บริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงเป็นภูมิภาคที่มีพลวัตทางเศรษฐกิจสูง เนื่องจากมีข้อได้เปรียบมหาศาลในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและตำแหน่งที่ตั้ง ทางภูมิศาสตร์ พื้นที่ดังกล่าวเพาะปลูกข้าวมากกว่า 90% ของที่ผลิตได้ทั้งเวียดนาม เป็นแหล่งผลิตอาหารทะเล 50% ของทั้งประเทศ

 

"ผมมองว่าเศรษฐกิจในแถบนี้จะเติบโตต่อเนื่อง ในช่วง 10 ปีข้างหน้า จากแรงผลักดันของการปรับปรุงระบบขนส่ง การพัฒนาด้านอิเล็กทรอนิกส์ ต้นทุนค่าแรงที่ต่ำ และความหลากหลายของแหล่งอาหาร" หวอ ฮุง สุง ผู้อำนวยการ VCCI Can Tho กล่าว

 

ในเวลานี้เซ็กเตอร์ที่น่าสนใจและมีโอกาสสูง คือ อุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งเวียดนามมีข้อได้เปรียบอย่างมาก จากการลงนามในความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (TPP) และข้อตกลงการค้าเสรีกับสหภาพยุโรป (EU)

 

นอกจากนี้ อุตสาหกรรมสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม เทคโนโลยีสารสนเทศ การโรงแรมและการท่องเที่ยว ยังมีศักยภาพดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศได้ในอนาคต

 

ข้อมูลของหน่วยงานที่ดูแลการลงทุนจากต่างประเทศ (FIA) กระทรวงการวางแผนและการลงทุนชี้ว่า ในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ 9 จังหวัดในพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง สามารถดึงดูดเงินลงทุนในโครงการใหม่ได้มากถึง 2.8 พันล้านดอลลาร์

 

โดยเป็นการลงทุนในจังหวัดจ่าวิญมากที่สุด 2.4 พันล้านดอลลาร์ ตามมาด้วยลองอัน 156 ล้านดอลลาร์ จังหวัดเตียงยาง 43 ล้านดอลลาร์ จังหวัดอางซาง 35 ล้านดอลลาร์ และเกิ่น เทอ 16 ล้านดอลลาร์ และเพื่อดึงดูดการลงทุนใน พื้นที่นี้ให้มากขึ้น FIA เสนอแนะว่า ควรเพิ่มการลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและลดค่าธรรมเนียมในการขนส่ง

 

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ประจำกงสุลใหญ่ของไทย ณ นครโฮจิมินห์ เผยว่า บริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง สามารถต่อยอดทางธุรกิจได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรมและประมงที่ไทยเองก็มีความเชี่ยวชาญเช่นกัน ซึ่งมีนักธุรกิจไทยจำนวนไม่น้อยที่เริ่มเข้ามาจับจองพื้นที่

 

หากเวียดนามพร้อมเปิดรับและพัฒนานโยบายให้เอื้อต่อภาคลงทุนมากขึ้น บวกกับความสามารถที่นักลงทุนไทยจะต่อยอดได้ก็มีไม่น้อย คงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายถ้าไทยปล่อยให้โอกาสเช่นนี้หลุดลอยไป