29 June 2017 06:41AM

โสมขาวสนใจลงทุนไทยรับเออีซี

28 May 12 ,  thanonline
  • 0

กลุ่มทุนเกาหลีตามรอยญี่ปุ่นปักธงลงทุนไทยต่อเนื่อง บีโอไอเผยไทยเป็น "นัมเบอร์วัน" ในสายตานักลงทุนแดนกิมจิ เหตุทำเลดีเป็นศูนย์กลางอาเซียน มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรมสนับสนุน รับยังห่วงปัญหาน้ำท่วม แต่ความเชื่อมั่นฟื้นหลังนายกฯ บินโรดโชว์ ดันแนวโน้มลงทุนโตเท่าตัว

นายพิชิต เดชนีรนาท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุนประจำกรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ในสายตาของนักลงทุนเกาหลีใต้ปัจจุบันมองว่าไทย เป็นประเทศที่น่าเข้ามาลงทุนเป็นอันดับ 1 เนื่องจากมีอุตสาหกรรมสนับสนุน และโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่สามารถรองรับอุตสาหกรรมได้อย่างดี อีกทั้งมีทำเลที่ตั้งเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีเส้นทางเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นจุดแข็งในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน นอกจากนี้ คนไทยยังมีอัธยาศัยที่ดี รวมถึงประเทศไทยและเกาหลีใต้มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาเป็นระยะเวลายาวนาน

ทั้งนี้ ลักษณะการลงทุนของเกาหลีใต้ ในขณะนี้มีรูปแบบไม่ต่างจากการเข้ามาของทุนญี่ปุ่น ก่อนหน้านี้นักลงทุนเกาหลีรู้จักไทยในแง่การเป็นประเทศอุตสาหกรรมค่อนข้างน้อย แต่ระยะหลังเมื่อมีอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น บริษัท ซัมซุงฯ เข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทย นักลงทุนเกาหลีเริ่มสนใจและหาข้อมูลเกี่ยวกับการเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น ทำให้ช่วง 3 ปีที่ผ่านมาแนวโน้มการลงทุนโดยตรงจากเกาหลีเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งยังมีทุนเกาหลีบางส่วนที่อิ่มตัวจากการลงทุนในเวียดนามและจีนซึ่งมีข้อจำกัดบางประการ เช่น การโอนเงินระหว่างประเทศ ทำให้ไทยเป็นที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น

สำหรับอุตสาหกรรมที่เกาหลีใต้ให้ความสนใจเข้ามาลงทุนเป็นอันดับต้นๆ นั้น นายพิชิต กล่าวว่า ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีแบรนด์ระดับโลกของเกาหลีอย่างซัมซุงและแอลจีเข้ามาลงทุนอยู่ก่อนแล้ว รองลงมาเป็นอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ ที่สามารถขยายการลงทุนได้อีกมาก หากไทยทำให้นักลงทุนเกาหลีใต้เชื่อมั่นว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยไม่ได้ผูกขาดเป็นของนักลงทุนชาติใดชาติหนึ่งแต่เป็นฐานการผลิตที่สำคัญระดับโลก

นอกจากนี้ การลงทุนจากเกาหลีใต้ยังเข้ามาในอุตสาหกรรมเครื่องจักรอัตโนมัติ ซึ่งกลุ่มนี้เป็นนักลงทุนระดับเอสเอ็มอีที่มีเทคโนโลยีและสนใจเข้ามาลงทุนมากขึ้น เนื่องจากประเทศไทยเป็นตลาดใหญ่มีโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมาก ส่วนอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่นักลงทุนเกาหลีใต้ให้ความสนใจ ได้แก่ กิจการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร กิจการพลังงานทดแทน โดยเฉพาะการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ โซลาร์เซลล์ ซึ่งเกาหลีใต้มีการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานทดแทนค่อนข้างมาก


อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบสำคัญที่ทำให้นักลงทุนเกาหลีใต้ยังเป็นกังวลคือ ปัญหาเรื่องน้ำท่วมที่เกิดขึ้นรุนแรงเมื่อปลายปี 2554 ที่ผ่านมา แต่จากการเดินทางไปโรดโชว์สร้างความมั่นใจโดยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26-27 มีนาคม 2555 ที่ผ่านมา มีการชี้แจงถึงแนวทางการแก้ไขปัญหา มาตรการป้องกัน และการให้ความช่วยเหลือต่างๆ ทั้งจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ ได้ทำให้นักลงทุนมีความมั่นใจมากขึ้น และมีแนวโน้มว่าในปีนี้นักลงทุนจากเกาหลีใต้จะมีการขยายการลงทุนรวมถึงลงทุนใหม่มูลค่าไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท สูงกว่าสถิติการลงทุนโดยตรงจากเกาหลีใต้ที่มีมูลค่าการลงทุนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5,000-6,000 ล้านบาทต่อปี


ส่วนประเด็นเรื่องการปรับเพิ่มค่าแรงเป็น 300 บาทต่อวันนั้น นักลงทุนเกาหลีใต้ไม่ได้วิตกและแม้จะปรับค่าแรงแล้ว อัตราค่าแรงในประเทศไทยก็ยังถูกกว่าค่าแรงในเกาหลีใต้ถึง 5 เท่า ขณะที่ความเสี่ยงเรื่องการเมืองนั้น นักลงทุนไม่มีความกังวล เพราะมองว่ารัฐบาลปัจจุบันมาจากการเลือกตั้งและมีความมั่นคง


ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุนประจำกรุงโซล เกาหลีใต้ กล่าวด้วยว่า สำหรับโอกาสที่จะเปิดมากขึ้นเมื่อไทยเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างเต็มตัวในปี 2558 นั้น มีความเป็นไปได้ที่นักลงทุนเกาหลีใต้บางรายต้องการพันธมิตรชาวไทยเพื่อร่วมทุนและขยายการลงทุนในเขตลุ่มแม่น้ำโขง ในอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร และอุตสาหกรรมที่มีความต้องการใช้แรงงานมาก เนื่องจากต้นทุนแรงงานในประเทศแถบนี้ยังค่อนข้างถูก แต่ในเวลานี้ทุนเกาหลีใต้ส่วนใหญ่จะมุ่งเข้ามาลงทุนในประเทศไทยก่อน