25 May 2017 11:09AM

SAFSA รวมพลังสิ่งทออาเซียน แชร์ตลาดสิ่งทอโลก

29 Sep 10 ,  Chalermphol C.
  • 0

สิ่งทออาเซียนจับคู่รวมตัวผลิตสินค้าแบบ One stop service รองรับความต้องการลูกค้าที่อยากได้ผู้รับผิดชอบคนเดียว รักษาตลาดอาเซียน แชร์ส่วนแบ่งสิ่งทอในตลาดโลก รับมือก่อนเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

 

 ในตลาดสิ่งทอโลกจีนประเทศเดียวสามารถครองส่วนแบ่งตลาดสูงถึงกว่า 50% ในขณะที่ประเทศไทยมีส่วนแบ่งเพียง 2% เมื่อรวมทั้งอาเซียนส่วนแบ่งตลาดสิ่งทอโลกก็มีแค่เพียง 6% หากไม่มีการร่วมมือกันระหว่างผู้ประกอบการสิ่งทอในอาเซียน ไม่เพียงตลาดที่เหลือกว่า 40% จะหายากแล้ว ตลาดในอาเซียนเองอาจถูกแย่งส่วนแบ่งตลาดไป

 

ปี 2558 อาเซียนจะเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC) ถึงเวลานั้นอาเซียนจะกลายเป็นเขตการผลิตเดียว ตลาดเดียว หรือ Single market and production base หมายถึงจะต้องมีการเคลื่อนย้ายปัจจัยการผลิตได้อย่างเสรี สามารถดำเนินกระบวนการผลิตที่ไหนก็ได้ โดยสามารถใช้ทรัพยากรจากแต่ละประเทศ ทั้งวัตถุดิบและแรงงานมาร่วมในการผลิต มีมาตรฐานสินค้า กฎเกณฑ์กฎระเบียบเดียวกัน

 

Source ASEAN Full Service Alliance หรือ SAFSA จึงได้ถือกำเนิดขึ้น เป็นโครงการความร่วมมือของสหพันธ์อุตสาหกรรมสิ่งทอแห่งอาเซียน (AFTEX) รวม 10 ประเทศ เพื่อที่จะสร้างความเข้มแข็งในการนำเสนอสินค้าและบริการที่มีคุณภาพและราคาที่เหมาะสมต่อผู้ซื้อในตลาดโลก ให้เป็นศูนย์กลางการค้าและบริการของสิ่งทอและเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม รวมทั้งสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ซื้อในตลาดโลกได้

 

pirun

คุณปิลันธน์ ธรรมมงคล ประธานสหพันธ์อุตสาหกรรมสิ่งทอแห่งประเทศไทย

 

ศักยภาพสิ่งทอไทยในอาเซียน 

               

คุณปิลันธน์ ธรรมมงคล ประธานสหพันธ์อุตสาหกรรมสิ่งทอแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ไทยได้ประโยชน์จากการทำข้อตกลงเขตการค้าเสรี FTA มาก โดยเฉพาะข้อตกลง FTA ภายในอาเซียน เพราะอีก 5 ปีอาเซียนจะกลายเป็นประชมคมเศรษฐกิจอาเซียน ถึงเวลานั้นภาษีจะปรับลดเป็นศูนย์ ทำให้การค้าขายในอาเซียนสะดวกและไทยเองก็มีทำเลที่ตั้งเหมาะสมทำให้การขนส่งสินค้าในเรื่องโลจิสติกส์สะดวก “สองปีที่แล้ว ญี่ปุ่นเห็นชอบกับ AEC เนื่องจากญี่ปุ่นมีข้อตกลง FTA กับอาเซียน และต้องการใช้ไทยเป็นฐานผลิตผ้าผืนส่งไปตัดเย็บในประเทศ กัมพูชา ลาว มาเลเซีย เวียดนาม จะได้กฎแหล่งกำเนิดสินค้า ไม่เสียภาษี นอกจากนี้ยังมีแบรนด์อาทิ Nike ที่เคยย้ายฐานการผลิตรองเท้าไปจีน ก็อยากกลับมาลงออร์เดอร์ที่ไทยอีกเพราะอยากใช้ประโยชน์จาก AFTA”

 

คุณพงษ์ศักดิ์ อัสสกุล ประธานกิตติมศักดิ์ ASEAN Federation of Textile Industry: AFTEX กล่าวว่า โครงการ SAFSA เป็นโอกาสของประเทศไทย ที่ช่วยขยายตลาดจากประชากร 60 ล้านคน เมื่อรวมกลุ่มในอาเซียนตลาดเพิ่มเป็น 600 ล้านคน รวมทั้งผนึกกำลังขยายตลาดไปสู่ประเทศที่สาม และสามารถรองรับการค้าในปัจจุบันที่เปลี่ยนไป ผู้ซื้อสินค้าต้องการผู้รับผิดชอบการผลิตสินค้าเพียงรายเดียวเท่านั้น ใน SAFSA จึงเกิดการรวมกลุ่มจับคู่โรงงานสิ่งทอและการ์เมนท์ในอาเซียนเรียกว่า Virtual Vertical Factory: VVF ใช้จุดแข็งของแต่ละประเทศ ร่วมกันผลิตเสื้อผ้าป้อนให้กับแบรนด์ดัง ปัจจุบันมี VVF 15 คู่

               

“สองปีที่แล้ว ประธานสหพันธ์อุตสาหกรรมสิ่งทอของแต่ละประเทศมีการพูดคุยกันว่าจะทำอย่างไรให้อุตสาหกรรมสิ่งทออยู่ในตลาดโลกได้ เพราะลำพังประเทศใดเพียงประเทศเดียวไม่สามารถครองตลาดโลกได้ ต้องร่วมมือกัน รวมกลุ่มใช้ศักยภาพจุดแข็งของแต่ละประเทศเพื่อกำจัดจุดอ่อนให้มากสุด จึงเกิดการจับคู่ VVF โดยใช้จุดแข็งของแต่ละประเทศ เช่น ไทยกับอินโดนีเซีย มีจุดแข็งในการผลิตผ้าผืน ส่วนกัมพูชา ลาว มาเลเซีย เวียดนาม มีจุดแข็งในการตัดเย็บ ส่วนสิงคโปร์หรือมาเลเซียก็มีจุดแข็งด้านการตลาด การจับกลุ่ม VVF จะช่วยการทำตลาดตอบสนองลูกค้าได้ทั้งเรื่องความเร็ว เพราะสามารถจะตอบคำถามลูกค้าได้ทันทีอาทิเรื่อง เวลาในการส่งมอบ กำลังการผลิต รวมทั้งเรื่องราคาซึ่งในปัจจุบันต้องสามารถตอบคำถามเรื่องราคากับลูกค้าได้ภายใน 24 ชั่วโมง การจับกลุ่ม VVF เหมือนเป็นการทำ supply chain ข้ามประเทศ ช่วยแก้เรื่องปัญหาเรื่องแรงงาน ถ้าทำสำเร็จอาเซียนจะกลายเป็นแหล่งผลิตสินค้าใหญ่อันดับสองรองจากจีน”

 

IMG_1104

คุณพงษ์ศักดิ์ อัสสกุล ประธานกิตติมศักดิ์ AFTEX

 

การเตรียมตัวสู่ AEC

               

คุณพงษ์ศักดิ์ ในฐานะกรรมการผู้จัดการ บริษัท โรงงานทอผ้ากรุงเทพ จำกัด กล่าวว่า อุตสาหกรรมเปลี่ยนแปลงตลอด ผู้ประกอบการต้องมีความพร้อมเสมอ ต้องรู้จุดแข็งขององค์กร รู้จักตลาด รุกไปตลาดข้างนอก ยกระดับผลิตสินค้ามีมูลค่า ต้องตอบสนองความต้องการลูกค้าในสิ่งที่เขาต้องการคือ คุณภาพ บริการ ราคา ปัจจุบันตลาดต้องการความเร็ว ลูกค้าต้องผู้รับผิดชอบคนเดียวแบบ One stop service

 

“ผู้ประกอบการต้องเปลี่ยน Mindset มองโลกให้กว้างขึ้น อดีตบริษัททอผ้าสำหรับคลุมรถ ทำรองเท้า ผ้าใบคลุมตึกส่งให้ญี่ปุ่น ช่วงหลังญี่ปุ่นไม่ต้องการผ้าที่ทำจากฝ้าย หันไปใช้ผ้าทำจากเส้นใยประดิษฐ์ บริษัทหันมาผลิตผ้าสำหรับเสื้อผ้ามากขึ้น และผลิตผ้าผืนครบวงจร ฉะนั้นต้องดูตลาดว่าต้องการสิ่งใด และเครื่องจักรของบริษัทเหมาะสมที่จะผลิตอะไร สองต้องผลิตสิ่งที่แข่งในตลาดโลกได้ ใส่ใจเรื่องนวัตกรรม ผลิตสิ่งใหม่ๆ แปลกๆ เลือกสิ่งที่ชำนาญ ทำแล้วดีที่สุด ต้องพร้อมบริการอย่างเต็มที่”

 

คุณปิลันธน์ กล่าวว่า ผู้ประกอบการต้องเริ่มเปิดตัวเองออกไปข้างนอก ต้องเอาตัวเองต้องเป็นจุดเริ่มต้น อย่างน้อยควรสมัครเป็นสมาชิกของสมาคมสิ่งทอต่างๆ เพื่อรวมเป็นกลุ่มเครือข่าย รับทราบข้อมูล และออกไปรู้จักกับเพื่อนๆ ในอาเซียน เชื่อมโยงทำธุรกิจเป็นเครือข่าย

 

“สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเข้าร่วม SAFSA ต้องมีความจริงใจ สนใจจริง มาร่วมเป็นเครือข่าย แม้เป็นโรงงานมีแค่โรงทออย่างเดียว ก็มาอยู่ใน SAFSA ได้ โดยการไปจับมือกับโรงปั่น ร่วมมือกัน ใช้การสื่อสาร ต้องเปลี่ยน mindset มองว่าเป็นช่องทางใหม่ในการทำธุรกิจที่ท้าทาย” คุณปิลันธน์ กล่าว