Switch to: uk
25 March 2017 16:01PM

สิ่งทอไทยได้อะไรเมื่อก้าวสู่ AEC

24 May 12 ,  Chalermphol C.
  • 0

กูรูแนะดันสิ่งทอไทยเป็น Hub วัตถุดิบของอาเซียนต่อยอดสร้างความแข็งแกร่งให้การ์เมนท์ไทยแข็งแรง ส่วนค่าแรงที่เพิ่มขึ้นมีวิธีปรับลด เน้นพัฒนาสินค้ามูลค่าเพิ่ม หันทำตลาด niche

 

นับถอยหลังสู่การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558 ที่กำแพงภาษีทลายลงเหลือ 0% อีกทั้งกรอบข้อตกลงของ AEC จะเปิดเสรีให้มีการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน และแรงงานมีฝีมือได้อย่างเสรี ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน รวมทั้งธุรกิจอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทยที่จะเลือกใช้ประโยชน์ศักยภาพของตลาดอาเซียนที่มีประชากรกว่า 600 ล้านคน ได้มากน้อยเพียงใด

2

ดันสิ่งทอเป็น Hub วัตถุดิบของอาเซียน


คุณชาติชาย สิงหเดช ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลสิ่งทอ ให้ความเห็นว่า ปัจจุบันค่าแรงในประเทศไทยได้ปรับสูงขึ้น อีกทั้งการขาดแคลนแรงงาน ทำให้ผู้ประกอบการ์เมนท์ไทยเริ่มย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่มีค่าแรงต่ำ จึงส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมต้นน้ำ คือ ซัพพลายเชนเริ่มเปลี่ยนแปลง ผู้ประกอบการต้นน้ำต้องรักษาศักยภาพของตัวเอง สร้างโอกาสในตลาดอาเซียน

 

“ประเด็นที่น่าพิจารณาคือในแถบอาเซียน นอกจากประเทศอินโดนีเซียแล้วก็มีประเทศไทย ที่มีการผลิตผ้าผืน จึงเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการสิ่งทอไทยที่จะซัพพลายผ้าผืนให้กับตลาดในอาเซียน ซึ่งด้วยฝีมือ ประสบการณ์ รวมทั้งความน่าเชื่อถือ ความซื่อสัตย์ และทำเลที่ตั้งของประเทศไทย น่าจะเป็นโอกาสในการเป็นศูนย์กลางของวัตถุดิบสิ่งทอให้กับตลาดอาเซียนได้” คุณชาติชาย กล่าว

 

สำหรับคุณเจน นําชัยศิริกรรมการผู้จัดการบริษัท เอเซียไฟเบอร์ จำกัด (มหาชน)ให้มุมมองว่าเมื่อเข้าสู่ AEC น่าจะเป็นโอกาส เนื่องจากอาเซียนมีประชากรถึง 600 ล้านคน ถือว่าเป็นตลาดขนาดใหญ่ ถึงแม้จะสู้กับตลาดจีนไม่ได้เพราะตลาดจีนมีขนาดใหญ่กว่าถึง 2 เท่า แต่ตลาด 600 ล้านคนนี้ถือว่าเป็นตลาดที่ใช้ได้สำหรับอุตสาหกรรมสิ่งทอไทย ฉะนั้นผู้ประกอบการต้องมองตลาดให้ออกว่าตนเป็นผู้เล่นทางด้านไหน ถ้าเป็นผู้ประกอบการการ์เม้นท์ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานจำนวนมาก ก็ต้องพิจารณาว่าฐานการผลิตควรตั้งอยู่ที่ตรงใด อาจจะต้องมองไปที่ประเทศที่มีแรงงานที่ถูก และมีจำนวนแรงงานที่เพียงพอ

 

สำหรับอุตสาหกรรมต้นน้ำที่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก ก็ต้องมองว่าฐานการผลิตที่ไหนที่จะเอื้อให้ปัจจัยการผลิตดีที่สุด โดยมีปัจจัยหลักๆ ที่ต้องพิจารณาอาทิ เรื่องโลจิสติกส์ บวกกับปัจจัยอื่นๆ เช่น เรื่องสาธารณูปโภค เรื่องน้ำ ไฟฟ้า ถ้าการที่มีฐานผลิตอยู่ในประเทศไทยแล้วยังได้เปรียบ ก็สามารถที่จะเดินหน้าผลิตในประเทศไทยได้

“ต่อไปนี้ตลาดอาเซียนจะมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ฉะนั้นถ้าเรามองว่าตลาดอาเซียน 600 ล้านคนจะเป็นที่รองรับการผลิตของเรา ก็ต้องเน้นในเรื่องของเครื่องจักร และกำลังการผลิตที่เพียงพอ และเน้นการผลิตในสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม นำเทคโนโลยี ความทันสมัยใส่เข้าไปผมมองว่าอุตสาหกรรมต้นน้ำกลางน้ำบ้านเรามีประสบการณ์มีการการพัฒนาปรับตัวอยู่เสมอ น่าจะเป็นซัพพลายวัสดุสิ่งทอให้กับผู้ประกอบการปลายน้ำที่จะกระจายฐานการผลิตไปอยู่ในประเทศอาเซียนได้ดี” คุณเจน กล่าว

 

ตลาดอาเซียนกำลังเป็นที่จับตามองของทั่วโลก เป็นตลาดที่หลายฝ่ายให้ความสนใจ อุตสาหกรรมสิ่งทอไทยจะใช้ประโยชน์จากตลาดนี้ได้มากน้อยเพียงใด คงขึ้นอยู่กับแต่ละองค์กรว่ามีความพร้อม ศักยภาพมากน้อยแค่ไหน