Switch to: uk
29 June 2017 06:42AM

BIFF&BIL 2007 ที่สุดแห่งแฟชั่นและเครื่องหนังอาเชียน

20 Apr 07 ,  วราภรณ์ ตีรเลิศพานิช
  • 0
 

 

กรมส่งเสริมการส่งงอก เผยรูปแบบงาน BIFF&BIL 2007

เน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยงานดีไซน์ ภายใต้ธีม "Selected Fashion in Bangkok"

 

 

กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ แถลงแผนงานแสดงสินค้าแฟชั่นและงานแสดงสินค้า

เครื่องหนัง 2550 (Bangkok International Fashion Fair and Bangkok International Leather Fair

2007: BIFF&BIL 2007) ที่จะกลับมาอีกครั้งในรูปแบบใหม่ พร้อมนักออกแบบชั้นนำจากในประเทศและ

ทั่วภูมิภาค เพื่อให้งาน BIFF&BIL 2007 ซึ่งจะมีขึ้นระหว่าง 22-26 สิงหาคม 2550 ที่ไบเทค บางนา เป็น

สุดยอดงานแสดงสินค้าแฟชั่นและเครื่องหนังในภูมิภาคอาเซียน

 

biff.1งานครั้งนี้ ผู้จัดงานคือกรมส่งเสริมการส่งออก ต้องการ

ผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางแห่งการออกแบบ ผลิตและ

จัดจำหน่ายสินค้าแฟชั่นและเครื่องหนังในอาเซียน ด้วย

การปรับโฉมรูปแบบการจัดงาน เน้นการ สร้างมูลค่าเพิ่ม

ด้วยงานดีไซน์เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และได้คัด

สรรผลงานจากนักออกแบบแนว หน้าทั้งในประเทศและใน

ภูมิภาค มานำเสนอต่อผู้เข้าร่วมงานภายใต้ธีม "Selected Fashion in Bangkok"

 

คุณเบญจวรรณ รัตนประยูร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการ

ส่งออก กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า

"อุตสาหกรรมสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม และเครื่องหนังไทยก้าว

สู่ยุคใหม่แล้ว ต่อไปนี้เราจะทำตลาดในเชิงรุก มากขึ้น เรา

ได้มีการพัฒนารูปแบบการจัดงาน BIFF&BIL ให้ทันสมัย

มากขึ้น เราต้องการจะเป็นผู้นำแสดง ให้เห็นว่าประเทศไทยมีนักออกแบบที่มีความสามารถ มีนักผลิตที่มี

ความสามารถ ตัดเย็บสินค้าที่ได้คุณภาพดี"

                ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการส่งออก ได้จัดทำแผนการตลาดและจัดโรดโชว์เพื่อชักชวนผู้ประกอบ

การทั้งในและต่างประเทศให้มาร่วมงาน ทั้งในฐานะผู้ซื้อ ผู้ขาย ผู้ผลิต เอเยนต์ ตัวแทนจำหน่าย โดยในปี

นี้เน้นประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียน เช่น เวียดนาม ลาว กัมพูชา อินโดนีเซีย ให้มาเข้าร่วมแสดง

สินค้า นอกจากนี้ยังมีประเทศอื่นๆ ในเอเชีย เช่น ใต้หวัน ฮ่องกง จีน อินเดีย และคาดว่าจะมีบูธแสดง

สินค้ากว่า 1,000 บูธจาก 600 บริษัท ทั้งในและต่างประเทศ

 

                ในส่วนของผู้เข้าชมงาน ในวันเจรจาธุรกิจ (22-24 สิงหาคม) คาดว่าจะมีผู้ประกอบการและ

ตัวแทนจากบริษัทต่างๆ ทั่วโลกทั้งในเอเชีย ตะวันออกกลาง ยุโรป และอเมริกา เข้าร่วมราว 8,000 คน

ส่วนวันที่ 25-26 สิงหาคม จะเปิดให้ประชาชนเข้าชมและเลือกซื้อสินค้า โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงาน

25,000 คน

 

แบ่งโซนสินค้าชัดเจน

 

                พื้นที่จัดแสดงสินค้า จะจัดแบ่งเป็นกลุ่มที่มีเอกลักษณ์และเป้าหมายชัดเจน เพื่อความสะดวก

ของผู้ซื้อ ผู้นำเข้าที่จะมาร่วมงาน โดยแบ่งเป็น

 

            สินค้าแฟชั่น

 

                Fashion Design เป็นแหล่งรวมงานแฟชั่นจากนักออกแบบทั้งในและต่างประเทศ โดยใน

ส่วน Trend Forum ได้รับความร่วมมือจากกลุ่ม Bangkok Fashion Society และ Pret-A-Porter จาก

ปารีส นำผลงานมาแสดง

 

                Sourcing from First to Finish สะท้อนถึงความพร้อมของไทยในฐานะศูนย์กลาง

ภูมิภาค เพราะมีอุตสาหกรรมแฟชั่นครบวงจร ไฮไลท์ของโซนนี้คือคอลเลกชั่น Autumn/Winter และ

Spring/Summer จากกลุ่ม Thai Tex Trend (T3) รวมทั้งนิทรรศการของโครงการ Thai Cluster

 

                Brand Preference กลุ่ม commercial brand ที่มีการผลิตเป็นจำนวนมาก แต่มีสไตล์

และบุคลิกที่เป็นเอกลักษณ์ กลุ่มนี้มีโอกาสเติบโตในตลาดระดับภูมิภาค เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย และก้าว

ต่อไปในยุโรปและอเมริกา

 

            Pick & Pay สินค้าของผู้ผลิตในกลุ่มค้าส่ง เช่น โบ๊เบ๊ ใบหยก ประตูน้ำ

 

            Exotic Asia จะถ่ายทอดความงดงามของศิลปะแต่ละชาติผ่านงานหัตถกรรมที่เป็นทั้งผืนผ้า

เครื่องแต่งกาย และเครื่องประดับ

 

                International & Asia Power ผู้แสดงสินค้าจากต่างประเทศ

 

                Fashion Accessories แฟชั่นเครื่องประดับ เครื่องตกแต่ง ไม่ว่าจะเป็นสร้อย แหวน กำไล

ฯลฯ

 

                สินค้าเครื่องหนัง

 

                Bags & Totes กระเป๋าทุกประเภท ทุกรูปแบบ ทั้งกระเป๋าแฟชั่น ไปจนถึงกระเป๋าเดินทาง

 

                Foot Moves โซนรองเท้า ตั้งแต่รองเท้ากีฬา รองเท้าเดินเล่น รองเท้าที่เป็นทางการ และ

รองเท้าสำหรับโอกาสต่างๆ

 

            Material & Tanning วัตถุดิบที่เป็นเครื่องหนังและการฟอกหนัง

 

                นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ Fashion Supporting เป็นแหล่งความรู้ด้านแฟชั่นและเครื่องหนัง ซึ่ง

รวบรวมหนังสือ นิตยสาร สื่อเรียนการสอน สถาบัน โรงเรียน เครื่องจักร เทคโนโลยี อุปกรณ์ซอฟท์แวร์

ตลอดจนบริการต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมแฟชั่น

 

 

 

แฟชั่นโชว์และนิทรรศการ

 

ภายในงานยังจะมีนิทรรศการ Showcase Exhibition ผลงานของนักออกแบบรุ่นใหม่ที่เข้ารอบการ

ประกวด Young Designers Contest ของกรมส่งเสริมการส่งออก ซึ่งจะประกาศผลผู้ชนะระหว่างงาน

BIFF&BIL 2007 และอีกส่วนหนึ่งเป็นผลงานของผู้ที่เคยผ่านเวที Young Designers Contest และประสบ

ความสำเร็จในวงการ รวมทั้งการประกวดเครื่องประดับตกแต่ง Creative Accessories Contest

 

                อีกไฮไลท์คือแฟชั่นโชว์จากนักออกแบบไทย อาเซียน และเอเชีย บนเวทีหลัก วันละสอง

รอบ และการแสดงแฟชั่นโชว์ย่อย วันละสามรอบ ตลอดสามวันของการเจรจาธุรกิจ

 

                กิจกรรมที่น่าสนใจอื่นๆ เช่น การสัมมนา Fashion Trend Conference และการประชุมกลุ่ม

ย่อยในหัวข้อต่างๆ บริการ Business Matching ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของกรมส่งเสริม

การส่งออก สมาคมผู้ค้า และสถาบันต่างๆ ตลอดจนบริการเยี่ยมชมแหล่งค้าส่ง ค้าปลีก และห้างสรรพ

สินค้าขนาดใหญ่ที่มีโชว์รูมแบรนด์ดัง

 

สุดท้าย คุณเบญจวรรณ กล่าวถึงเป้าหมายของงานว่า "กิจกรรมต่างๆ ตลอดช่วงงาน BIFF&BIL 2007 ไม่

ได้มุ่งเน้นแต่เพียงให้เกิดการเจรจาซื้อขายกันเท่านั้น แต่นี่คือการสร้างเวทีที่กระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้และ

การพัฒนา เพื่อให้สู้กับตลาดโลกได้ เพื่อให้ผู้ประกอบการมองเห็นช่องทางที่จะผนึกกำลังระหว่าง

อุตสาหกรรมและบริการต่างๆ ให้ประเทศไทยใช้ความได้เปรียบของความพร้อมและความสมบูรณ์ในเรื่อง

ของซัพพลายเชน ทั้งต้นน้ำและปลายน้ำให้เป็นประโยชน์ เพื่อให้เราเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรม

แฟชั่นและเครื่องหนังของภูมิภาคได้อย่างแท้จริง"

 

                สำหรับรายละเอียดงาน BIFF&BIL 2007 สามารถเข้าไปดูได้ที่  

www.thaitradefair.com/fairin/biff07 หากสนใจสมัครเข้าร่วมแสดงสินค้า ติดต่อได้ที่ สำนักกิจกรรม

งานแสดงสินค้ากลุ่มงานกิจกรรมธุรกิจแฟชั่น โทร.0-2512-0093-101 ต่อ 217, 262 หรือ  

This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

 

 

 

(กรอบ)

 

ความเห็นจากองค์กรที่ร่วมจัดงาน BIFF&BIL 2007

 

คุณสุกิจ คงปิยาจารย์

 

อุปนายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย

 

                "สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทยผลักดันในเรื่องการเป็น regional leader ในตลาดอา

เซียน เมื่อ 10 ปีที่แล้ว การส่งออกของเราในตลาดสหรัฐและญี่ปุ่นคิดเป็น 70% แต่เมื่อ 5-10 ปีที่ผ่านมา

เทรนด์มันเริ่มไหลกลับเป็นการค้าภายในอาเซียนและอีกสามประเทศในเอเชียแปซิฟิก ปัจจุบันคิดเป็น

50% ของการส่งออก เราทำการค้ามาทางเอเชียมากขึ้น ต้องบอกว่าเรามาถูกทาง การเป็นผู้นำในภูมิภาค

เราต้องมีองค์ความรู้ที่น่าสนใจเพื่อดึงดูดให้ผู้ประกอบการในอาเซียนมาดูความก้าวหน้า มาจัดหาซื้อสินค้า

และมารับความรู้จากงาน ถ้าสามารถทำทั้งสามอย่างได้ดีผมคิดว่างานนี้จะมีความสำคัญในภูมิภาค

 

                "เราอยากจะใช้งาน BIFF&BIL เป็นจุดเริ่มต้นในการต่อยอดของเรา คือเราจะจูงมือพวกแบ

รนด์ไปทำ road show และไปเสนอขายสินค้าที่ประเทศเป้าหมาย ในปีนี้จะคุยกับกรมฯ ว่าเราอยากจะให้

สิทธิ์กับคนที่เข้างาน BIFF ได้มีโอกาสร่วมไปขายสินค้าพร้อมกับโครงการ Thai Fashion อยากให้ผู้

ประกอบการที่อยากจะดูในตลาดอาเซียนมาร่วมในงาน BIFF ให้มากขึ้น"

 

 

 

คุณธวัฒน์ จิว

 

นายกสมาคมเครื่องหนังไทย

 

                "ผมว่าถ้าเอาอาเซียนเข้ามาด้วยน่าจะเวิร์คนะครับ เพราะในยุคนี้ต้องทำเป็นแพ็ค ไม่ใช่ต่าง

คนต่างทำ งานแสดงสินค้าเครื่องหนังในประเทศไทย เรียนตรงๆ ว่ามันแย่มาทุกปี แต่เราไม่ได้แย่อยู่

ประเทศเดียว แม้กระทั่งงานเครื่องหนังที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างที่อิตาลี เขาก็บอกว่าในปีต่อๆ ไปอาจจะ

ต้องเอาแอสเซสซอรีอื่นๆ เข้ามาจัดแสดงด้วย เพื่อให้งานหลากหลายและดูดีขึ้น ผมว่างานนี้เรามาถูกทาง

แล้ว"

 

 

 

คุณภาณุ อิงคะวัต

 

นายกสมาคม Bangkok Fashion Society

 

                "ในนามสมาคม BFS เราเป็นกลุ่ม Designer Label เป็นปลายน้ำที่มีการพัฒนา มีการเปิด

ตลาดใหม่ๆ โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศซึ่งกรมฯ ให้การสนับสนุนตลอดเวลา การที่เราได้ไปต่างประเทศ

ทำให้เราเรียนรู้อะไรเยอะ เกี่ยวกับความต้องการของ buyer ต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเอเชีย ยุโรป

อเมริกา สามารถนำมาพัฒนาตัวสินค้า กลยุทธ์การตลาดให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายแต่ละแบรนด์ แต่ละ

positioning ซึ่งตรงนี้เป็นประโยชน์มากๆ

 

                "สำหรับการพัฒนางาน BIFF&BIL เป็นไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ การที่จะเป็นศูนย์กลางของ

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือเป็น hub ที่สำคัญ ผมคิดว่าเป็นแนวทางที่ถูกต้อง จะสามารถดึงให้ buyer

สำคัญจากทางยุโรปหรืออเมริกามาร่วมงานได้ ถ้าเราไม่มี buyer งาน trade fair ก็แทบจะไม่มีประโยชน์

การที่เราออกงานในประเทศก่อนอาจจะเป็นการซ้อมมือเพื่อเตรียมพร้อมไปสู่ต่างประเทศ ถ้าเราจะทำให้

กรุงเทพฯ เป็นแหล่งที่ buyer เข้ามาซื้อ ต้องพยายามทำให้งานมีคุณค่า มีสินค้าที่น่าสนใจ มีคุณภาพให้

เลือกซื้อได้ การจัดงานแบบนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ buyer ถ้าได้ buyer ที่ดีเข้ามา จะทำให้คนมาแสดง

สินค้ามีกำลังใจ"