Switch to: uk
31 March 2017 06:33AM

สิ่งทอระส่ำ วิกฤติอุทกภัยทำเสียหายหลายหมื่นล้าน

23 Nov 11 ,  เฉลิมพล ไชยรัตนชัชวาลย์ : TTIS Textile Digest
  • 0

พิษน้ำท่วมทำโรงงานสิ่งทอหลายโรงเสียหายหนัก ต้องปิดโรงงานชั่วคราว อาจเกิดภาวะขาดแคลนวัตถุดิบระยะหนึ่ง ทั้งยังชวดออร์เดอร์ต่างชาติ คาดใช้เวลาฟื้นตัวไม่ต่ำกว่าปี แต่ต่างยืนยันจ่ายค่าจ้างพนักงานเหมือนเดิม ติงรัฐบาลขาดการจัดการบริหารที่ดี คาดกำลังซื้อเสื้อผ้าอาจลดลง แต่เคหะสิ่งทอน่าจะไปได้ดี

 

62_th_1_001

โรงงานไทยคูราโบโดนน้ำท่วมสูงประมาณเมตรกว่า

 

มวลน้ำมหาศาลเข้าท่วมครอบคลุมหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ส่งผลให้โรงงานสิ่งทอหลายแห่งที่ตั้งอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมได้รับความเสียหายอย่างหนัก โรงงานปั่นด้ายของ Indorama Polyester Industries ที่ลพบุรีซึ่งมีแกนปั่นด้ายกว่า 4 หมื่นแกน โดนน้ำท่วมสูงกว่าเมตรประมาณมานานสองเดือน ด้านไทยคูราโบ ยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้ ส่วนโกดังผ้าของ K. Cotton & Gauze จมน้ำเสียหายไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท นายกสมาคมอุตสาหกรรมทอผ้าไทยหวังวิกฤติครั้งนี้จะทำให้เกิดความช่วยเหลือและร่วมมือกันในกลุ่มสิ่งทอมากขึ้น

 

โรงปั่นเสียหายหนักหลายพันล้าน

อุทกภัยน้ำท่วมประเทศไทยส่งผลต่ออุตสาหกรรมสิ่งทออย่างหนัก โดยเฉพาะโรงปั่นซึ่งเป็นอุตสาหกรรมต้นน้ำที่ตั้งอยู่ในเขตประสบอุทกภัยที่จังหวัดลพบุรี โรงงานปั่นด้ายจากขนแกะของ Indorama Polyester Industries PCL ซึ่งมีแกนปั่นกว่า 4 หมื่นแกน ผลิตเพื่อส่งออก 100% โดนน้ำท่วมสูงประมาณหนึ่งเมตรมาตั้งแต่เดือนตุลาคม ทำให้ต้องหยุดการผลิตชั่วคราว คุณครรชิต จันทบาล ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด เปิดเผยถึงมูลค่าเสียหายว่าไม่ต่ำกว่าพันล้านบาท พนักงานกว่า 900 คนต้องหยุดงาน แต่บริษัทยังคงจ่ายเงินเดือนให้

 

“อุตสาหกรรมสิ่งทอกระทบแน่นอน เพราะทำให้ดีมานด์หายไป และในสายตาของลูกค้าต่างประเทศ เขาอาจไม่มั่นใจการบริหารการจัดการของรัฐบาลซึ่งมีเวลาในการจัดการน้ำประมาณสามเดือน แต่กลับปล่อยให้น้ำท่วม ออร์เดอร์ส่วนหนึ่งย้ายไปประเทศอื่น กว่าจะดึงออร์เดอร์กลับมาได้ต้องใช้เวลานาน ถึงแม้ลูกค้าต่างประเทศอาจให้โอกาสกลับมาลงออร์เดอร์กับไทยอีกครั้ง แต่เขาจะมั่นใจได้อย่างไรว่าปีหน้าน้ำจะไม่ท่วมอีก ถ้าการจัดการของรัฐบาลยังไม่ดี ที่ผ่านมารัฐขาดความชัดเจน การบริหารการจัดการไม่รวดเร็ว ขาดบุคลากรที่มีความชำนาญแก้ปัญหาให้ถูกจุด

 

“แม้มันจะเป็นภัยธรรมชาติแต่ถ้ารัฐบาลบริหารจัดการได้ดีกว่านี้ อุทกภัยที่เกิดก็คงไม่หนักขนาดนี้ หลังน้ำลดกำลังซื้อเสื้อผ้าในประเทศอาจถดถอยลงไป แต่สินค้าเคหะสิ่งทออาจจะดีขึ้นเพราะคนต้องซ่อมแซมบ้าน” คุณครรชิต กล่าว

 

ส่วนโรงงานของบริษัท ไทยคูราโบ โดนน้ำท่วมตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม แม้ว่าโรงงานจะพยายามสร้างกำแพงป้องกันแต่ต้านน้ำได้แค่ประมาณ 10 วัน เนื่องจากโดนชาวบ้านทุบกำแพง ทำให้น้ำเอ่อล้นเข้าโรงงานน้ำท่วมสูงประมาณเมตรกว่า ต้องปิดโรงงานชั่วคราว

 

62_th_1_002

คุณบุญทอง คงปักไพศาล

 

“การแก้ปัญหาเบื้องต้นคือโยกออร์เดอร์ของลูกค้าที่ยังค้างไว้ใปให้โรงงานเพื่อนช่วยผลิต ส่วนพนักงานที่อาศัยภายในโรงงานมีประมาณ 45% ของพนักงานทั้งหมด ก็ต้องกลับบ้านต่างจังหวัด แต่เราก็จ่ายค่าแรงให้ตามกฏหมาย” คุณบุญทอง คงปักไพศาล Director & Vice President กล่าว

 

ในขณะที่โรงงาน K. Cotton & Gauze แม้จะไม่โดนน้ำท่วมเพราะตัวโรงงานสูงกว่าถนนวิภาวดี 50 เซนติเมตร และด้านข้างห่างจากนิคมนวนคร 5 กิโลเมตร แต่ว่าโกดังเก็บผ้าดิบที่อยู่ห่างจากโรงงานไปราว 4-5 กิโลเมตร โดนน้ำท่วมทำให้ผ้าเสียหายทั้งหมดคิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท ต้องปิดโรงงานชั่วคราวเนื่องจากห่วงสวัสดิภาพพนักงานที่ส่วนใหญ่พักอาศัยแถวนวนครซึ่งน้ำท่วม

 

62_th_1_003

คุณประวิทย์ กาญจนาปิ่นโชติ ชี้รัฐบาลต้องเร่งออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ

 

“พนักงานเดินทางมาโรงงานลำบาก ต้องปิดโรงงานชั่วคราว ตั้งแต่ 21 ตุลาคม – 7 พฤศจิกายน เพราะมีพนักงานเพียง 20-30% ที่สามารถเดินทางมาทำงานได้ แต่บริษัทกังวลว่าจะเกิดอันตรายกับพนักงานในระหว่างการเดินทาง ซึ่งบริษัทก็ยังจ่ายค่าแรงให้พนักงานตามกฏหมายแรงงาน

 

“บริษัทก็ได้รับผลกระทบ มีแต่รายจ่าย ไม่มีรายรับ ส่วนออร์เดอร์ที่รับไว้ก็ต้องส่งให้ลูกค้า แต่การขนส่งเป็นอุปสรรคเพราะน้ำท่วมหลายพื้นที่ รถใช้บริการขนส่งประจำไม่สามารถขนส่งได้ ต้องใช้บริการรายอื่น ทำให้ค่าขนส่งแพงขึ้นหลายเท่าตัว อยากให้รัฐบาลช่วยเรื่องค่าแรงพนักงาน เรื่องภาษี ค่าน้ำ ค่าไฟ” คุณประวิทย์ กาญจนาปิ่นโชติ Sales Executive Director กล่าว

 

หวังเกิดความร่วมมือในวิกฤติ

คุณสมศักดิ์ ศรีสุภรวาณิชย์ ประธานกลุ่มสิ่งทอ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ นายกสมาคมอุตสาหกรรมทอผ้าไทย เปิดเผยว่า 5 นิคมอุตสาหกรรมที่โดนน้ำท่วมมีอุตสาหกรรมสิ่งทอรวมอยู่ด้วย ทำให้ขาดวัตถุดิบ ไม่สามารถป้อนเข้าไปในโรงงานได้ อาทิ ผ้าหุ้มเบาะรถยนต์ และน้ำท่วมทำให้ผู้บริโภคไม่มีกำลังใจซื้อเสื้อผ้า จะใช้จ่ายแต่ของที่จำเป็นท่านั้น

 

“แต่สามแหล่งใหญ่ๆ ที่มีอุตสาหกรรมสิ่งทออยู่ประมาณ 85% คือ สมุทรปราการ พระประแดง อ้อมใหญ่ ยังไม่โดนน้ำท่วม ก็ยังมีสิ่งทอส่วนหนึ่งที่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ อยากฝากถึงโรงงานที่ประสบภัย ถ้าหากมีออร์เดอร์ต่างประเทศที่รับมาแล้ว ทางเรายินดีให้ความร่วมมือ หรือมีปัญหาอยากให้ช่วยอะไรก็ส่งเรื่องมา ผมจะได้รวบรวมเรื่องส่งต่อสภาอุตสาหกรรมฯ เพื่อดำเนินการต่อไป วิกฤติครั้งนี้ผมอยากให้กลุ่มสิ่งทอร่วมมือกัน ปรองดองช่วยกัน ประสานมือกัน คนเดียวทำไม่ได้ การร่วมมือกันจะช่วยให้อุตสาหกรรมสิ่งทอไทยกลับมาเข้มแข็งยิ่งขึ้น” คุณสมศักดิ์ แสดงความคิดเห็น

 

ด้านผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ คุณวิรัตน์ ตันเดชานุรัตน์ เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ว่า มีโรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอได้รับความเสียหายทั่วประเทศไม่ต่ำกว่าพันราย โดย 13 จังหวัดภาคเหนือ มีโรงงานสิ่งทอขนาดกลางและขนาดเล็กประมาณ 170 ราย ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมไปก่อนหน้านี้แล้ว ขณะนี้ปริมณฑลก็ได้รับผลกระทบซึ่งเป็นโรงงานขนาดใหญ่ คาดว่าต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 1 ปีเพื่อฟื้นฟูกิจการ ซึ่งระหว่างนั้นอาจทำให้ลูกค้าไปหาแหล่งผลิตอื่นทดแทน

 

“น้ำท่วมส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมสิ่งทออย่างแน่นอน ทำให้การส่งวัตถุดิบหรือสินค้าสำเร็จรูปไม่สามารถส่งได้ทันตามกำหนด หรือเครื่องจักรที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์เมื่อโดนน้ำจะได้รับความเสียหาย ทางสถาบันฯ ยินดีที่จะช่วยโรงงานที่ประสบปัญหา อาทิ การส่งเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่โดนน้ำท่วมเปื้อนดิน มีราขึ้น ก็ส่งมาแก้ไขที่ห้อง lab ของสถาบัน นอกจากนี้ทางสถาบันฯ ยังได้ร่วมมือกับสถาบันไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์เพื่อส่งผู้เชี่ยวชาญไปช่วยเหลือเรื่องเครื่องจักร”

 

ด้านนายกสมาคมอุตสาหกรรมฟอก ย้อม พิมพ์และตกแต่งสิ่งทอไทย คุณปิลันธน์ ธรรมมงคล เปิดเผยว่าเบื้องต้นมีสมาชิกที่โดนผลกระทบน้ำท่วมจำนวน 45 โรง แบ่งเป็นน้ำท่วมภายในโรงงาน 23 โรง ส่วนอีก 22 โรงน้ำไม่ท่วมภายในโรงงาน แต่ผลกระทบคือคนงานไม่สามารถเดินทางมาทำงานได้ ส่วนใหญ่ต้องหยุดการผลิต อย่างไรก็ตามย่อมเกิดผลกระทบต่ออุตสาหกรรมสิ่งทอแน่นอน เพราะทำให้ซัพพลายเชนอันใดอันหนึ่งหายไป

 

“เหตุการณ์ครั้งนี้รัฐบาลเองคงลำบาก ผมว่าสิ่งแรกที่รัฐบาลต้องดูแลช่วยเหลืออันดับแรกคือภาคประชาชน จึงอยากบอกผู้ประกอบการที่โดนน้ำท่วมว่า The show must go on ยอมรับว่ามีผลกระทบ ธุรกิจกับชีวิตก็ดำเนินไป เราก็เริ่มต้นไปใหม่”

 

การขนส่ง

ผลกระทบที่ต้องระวัง

คุณวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นกินวงกว้างถึงอุตสาหกรรมที่ไม่ถูกน้ำท่วมด้วย เพราะประสบปัญหาด้านการขนส่งและขาดแคลนวัตถุดิบ โรงงานสิ่งทอหยุดผลิตไปหลายโรงแล้ว และต้องแก้ปัญหาด้วยการนำเข้าทดแทนซึ่งทำให้ต้นทุนสูงขึ้นมาก ภาคโลจิสติกส์ก็ได้รับผลกระทบไปด้วยเพราะเมื่อไม่มีสินค้าและไม่มีถนน ก็ไม่สามารถส่งสินค้าได้

 

62_th_1_004

การส่งสินค้าแบบ LCL อาจได้รับผลกระทบทางอ้อม

เนื่องจากเจ้าของสินค้าบางรายไม่สามารถนำสินค้ามาบรรจุตู้ได้

 

“ที่น่าเป็นห่วงมากคือ ICD ลาดกระบัง ผู้ส่งออกไทยจำนวนมากเป็นผู้ประกอบการลักษณะ SMEs ซึ่งส่งสินค้าแบบ LCL (Less than Container Load) ในหนึ่งคอนเทนเนอร์จะมีสินค้าของหลายเจ้ารวมกัน ซึ่งลาดกระบังเป็นสถานที่บรรจุตู้แบบ LCL ถ้าลาดกระบังหรือเส้นทางมายังลาดกระบังถูกน้ำท่วม อาจทำให้เจ้าของสินค้าบางรายไม่สามารถนำสินค้ามาบรรจุตู้ได้ จะทำให้ปิดตู้ขึ้นเรือไม่ได้เพราะจำนวนของไม่ครบ เจ้าของสินค้าที่บรรจุตู้แล้วก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย ตู้ไม่เต็มก็ส่งของไม่ได้อยู่ดี ถือเป็นผลกระทบทางอ้อมที่จะเกิดขึ้น และเมื่อใดลาดกระบังถูกสั่งปิดไม่ให้เข้าไปใช้งานได้ ภาคการส่งออกต้องถือว่าจบเลย ความเสียหายจะประเมินค่าไม่ได้ หรือหากจะให้ไปบรรจุตู้ที่แหลมฉบังแทน ก็ต้องถามว่าแล้วแหลมฉบังมีตู้พอหรือไม่

 

“อีกประเด็นหนึ่งคือเรื่อง Missing Time ของเรือ เรือไม่มีทางรอได้เพราะต้องนำสินค้าไปเกตเวย์ขึ้นเรือแม่ที่สิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน จีน ผลที่จะตามมาคือส่งมอบสินค้าไม่ทัน ซึ่งลูกค้าก็คงไม่ช่วยเพราะลูกค้าก็ต้องขายสินค้าให้ได้ตามปกติเช่นกัน คงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องแก้ปัญหาด้วยการส่งสินค้าทางอากาศแทนซึ่งค่าใช้จ่ายจะสูงขึ้นมาก จึงฝากเตือนไปยังผู้ประกอบการว่าให้ระมัดระวังต้นทุนที่จะพุ่งสูงขึ้นให้ดีโดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าภาครัฐจะมีมาตรการช่วยเหลือที่เหมาะสม” คุณวัลลภ กล่าว