Switch to: uk
26 March 2017 21:30PM

นวัตกรรมเส้นใยรักษ์โลก: เส้นใยบัวหลวง (Lotus fibers)

14 Sep 11 ,  ดร. ชาญชัย สิริเกษมเลิศ
  • 0

เส้นใยธรรมชาติที่ได้มีการนำเสนอผ่านบทความนวัตกรรมสิ่งทอนี้มีหลายเส้นใย ไม่ว่าจะเป็นเส้นใยกล้วย เส้นใยสับปะรด เส้นใยลูกตาล เป็นต้น เส้นใยเหล่านั้นมีคุณลักษณะเฉพาะตัว หรืออัตลักษณ์ที่นำไปเสนอในเชิงการตลาดเพื่อเพิ่มมูลค่าให้สิ่งทอได้ไม่มากก็น้อย ด้วยเหตุนี้จึงมีงานวิจัยพัฒนาเส้นใยธรรมชาติใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง เพื่อค้นหาเส้นใยที่มีอัตลักษณ์ และใช้โอกาสที่ประเทศไทยมีวัตถุดิบหลากหลาย ในบทความที่นำเสนอครั้งนี้จะกล่าวถึงเส้นใยธรรมชาติอีกหนึ่งเส้นใยที่มีความน่าสนใจ ใช้วัตถุดิบที่มีความสำคัญในวัฒนธรรมไทย และเป็นดอกไม้ที่มีคุณค่าในศาสนาพุทธ นั่นคือเส้นใยบัวหลวง

 

บัว เป็นดอกไม้ที่อยู่คู่สังคมไทยมาช้านาน จากพุทธประวัติ พบว่าบัวมีส่วนเกี่ยวข้องตั้งแต่พระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน พุทธศาสนิกชนจึงใช้ดอกบัวเพื่อบูชาพระตลอดทั้งในพิธีการทางพุทธศาสนา บัวจึงเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ และจากรูปลักษณ์ของบัวที่เป็นพันธุ์ไม้น้ำที่ดูสง่างาม ดอกมีขนาดใหญ่ สีสันสวยงาม เด่นสะดุดตาสะดุดใจแก่ผู้พบเห็น บางชนิดมีกลิ่นหอม ทำให้บัวได้รับสมญาว่า "ราชินีแห่งไม้น้ำ"

 

บัวเป็นพืชน้ำชนิดหนึ่งอยู่ในวงศ์ Nymphaeaceae จัดเป็นพืชน้ำล้มลุกที่มีอายุหลายปี พบได้ทั่วไปทั้งในเขตร้อน เขตอบอุ่นและเขตหนาว บัวที่พบและนิยมปลูกในประเทศไทยมีอยู่สามสกุล คือ สกุลบัวหลวง (Lotus) มีชื่อเรียกกันทั่วไปว่า ปทุมชาติ หรือ บัวหลวง  สกุลบัวสาย (Waterlily) มีชื่อเรียกกันทั่วไปว่า อุบลชาติ หรือ บัวสาย  สกุลบัววิกตอเรีย (Victoria) มีชื่อเรียกกันทั่วไปว่า บัวกระด้ง

 

นอกจากความสวยงามของดอกบัวที่มีหลากหลายสีแล้ว บัวยังมีคุณประโยชน์อีกมาก เช่น มีคุณค่าทางอาหารและใช้เป็นยาบำรุงร่างกายได้ และจากที่บัวสามารถเจริญเติบโตได้ดีในทุกพื้นที่ของประเทศไทย ทำให้ปัจจุบันมีเกษตรกรจำนวนมากปลูกบัวเป็นอาชีพหลัก เป็นลักษณะการทำนาบัว ซึ่งหลังจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตจากต้นบัวแล้ว ก็จะเหลือก้านบัวสดที่ถูกตัดทิ้งจำนวนมากและไม่ได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์ต่อ ผู้วิจัยจึงคิดพัฒนาผลิตภัณฑ์เส้นใยก้านบัวหลวงในเชิงอุตสาหกรรม โดยเน้นใช้กระบวนการทางธรรมชาติในการผลิตเส้นใย และเข้าสู่กระบวนการผลิตผ้าผืนในเชิงอุตสาหกรรม

 

การผลิตเส้นใยจากก้านบัวหลวงในการวิจัยครั้งนี้ เน้นการผลิตในแบบอุตสาหกรรมซึ่งจะทำให้ได้ปริมาณมาก และเส้นใยที่ได้จะมีความละเอียดและผิวสัมผัสที่ดี เหมาะต่อการนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ด้านเคหะสิ่งทอ ซึ่งจะต่างจากกรรมวิธีการผลิตเส้นใยบัวของชาวอินทา (Intha) ชนพื้นเมืองในประเทศพม่า โดยการนำก้านบัวมาหักและดึงเอาเส้นใยภายในมาปั่นเป็นด้ายด้วยมือ ซึ่งจะต้องใช้ก้านบัวมากกว่า 30,000 ก้าน จึงจะได้ผ้าที่มีความยาว 1 หลา กรรมวิธีนี้ต้องใช้แรงงาน เวลา และปริมาณก้านบัวในการผลิตจำนวนมาก ซึ่งไม่คุ้มต่อการผลิตในระดับอุตสาหกรรม ดังนั้นการวิจัยพัฒนากระบวนการผลิตเส้นใยจากก้านบัวหลวงจึงมุ่งเน้นเพื่อใช้วัตถุดิบเหลือทิ้งในภาคการเกษตร ให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่มีเอกลักษณ์จากธรรมชาติ และสร้างทางเลือกสำหรับผลิตภัณฑ์ด้าน eco-textiles ให้กับผู้บริโภคอีกด้วย

 

57_th_3_001

(ซ้าย- ขวา) ก้านบัวหลวง วัตถุดิบที่นำมาวิจัยพัฒนาเพื่อผลิตเส้นใยธรรมชาติ / เส้นใยบัว / การแยกเส้นใยจากก้านบัวหลวงและผลิตเป็นเส้นด้ายผสมฝ้าย

 

กระบวนการผลิตเส้นใยก้านบัวหลวง

เส้นใยก้านบัวหลวง เมื่อนำมาผ่านกระบวนการหมักและแยกเส้นใยด้วยวิธีเชิงกลแล้ว จะได้ผลผลิตเส้นใยแห้งเมื่อเทียบกับน้ำหนักก้านบัวสด คิดเป็น 0.94 เปอร์เซนต์

  • การเตรียมก้านบัวหลวงและการหมัก

เริ่มจากการนำก้านบัวหลวงมาทำความสะอาด แล้วนำมาหมัก โดยใส่น้ำธรรมดาให้ท่วม หมักเป็นเวลา 10-15 วัน ขูดแยกเส้นใยออกจากเปลือกและแช่น้ำอีกครั้ง จากนั้นนำก้านบัวหลวงมาแช่ในสาร softener เพื่อให้ก้านบัวหลวงมีความอ่อนนุ่ม แล้วนำไปตากแดดให้แห้งก่อนนำไปตัดให้มีความยาวขนาดประมาณ 51 มิลลิเมตร

  • การแยกเส้นใยด้วยเครื่อง roller card

นำเส้นใยเข้าเครื่อง roller card เพื่อแยกเส้นใยให้ออกจากกันและมีความนุ่มมากขึ้น จำนวนรอบของการเดินเครื่อง roller card จะขึ้นอยู่กับลักษณะเส้นใยที่ต้องการ เช่น ความนุ่ม ความสม่ำเสมอของเส้นใย ซึ่งในการวิจัยครั้งนี้เดินเครื่อง roller card ประมาณ 1-2 รอบ เส้นใยก้านบัวหลวงที่ได้จะมีขนาดที่เล็กลงและมีความสม่ำเสมอมากขึ้น เหมาะที่จะนำไปปั่นเป็นเส้นด้ายต่อไป

 

สมบัติทางกายภาพของเส้นใยก้านบัวหลวง

หลังจากแยกเส้นใยก้านบัวหลวงได้แล้วจึงมีการทดสอบคุณสมบัติเบื้องต้นของเส้นใย เพื่อดูความเหมาะสมในการปั่นเป็นเส้นด้ายในเชิงอุตสาหกรรม

 

สมบัติทางกายภาพ

ค่าที่วัดได้

CV %

ความละเอียด (fineness)

7.4 denier

22.0

ความแข็งแรง (tenacity)

4.13 g/denier

41.30

ความยืดตัว (elongation)

5.50 %

28.30

 

กระบวนการผลิตเส้นด้ายใยก้านบัวหลวงผสมฝ้าย

ระบบการผลิตเส้นด้ายในประเทศไทยเน้นการผลิตสำหรับฝ้ายเป็นหลัก ดังนั้นในการผลิตเส้นด้ายใหม่ๆ จากวัตถุดิบที่สร้างสรรค์จากเส้นใยธรรมชาติอื่นๆ รวมทั้งเส้นใยก้านบัวหลวงจำเป็นต้องมีองค์ประกอบของฝ้าย เพื่อให้การปั่นด้ายเป็นไปอย่างราบรื่น

  • การเตรียมเส้นใยก้านบัวหลวงผสมฝ้าย

นำเส้นใยก้านบัวหลวงที่ผ่านเครื่อง roller card มาผสมกับใยฝ้ายในอัตราส่วน 20: 80 ในเครื่อง hopper opener เพื่อให้ส่วนผสมของเส้นใยทั้งสองชนิดผสมได้เข้ากัน จากนั้นจึงนำเส้นใยผสมเข้าเครื่อง roller card เพื่อรีดออกมาเป็นเส้น sliver โดยกำหนดน้ำหนักเส้น sliver อยู่ที่ 420 เกรนต่อความยาว 6 หลา

  • การผลิตเส้นด้ายใยก้านบัวหลวงผสมฝ้าย

ในการผลิตเส้นด้ายผสม ใช้เครื่องปั่นด้าย Garabo ซึ่งพัฒนาโดยบริษัท ไทยนำโชคเท็กซ์ไทล์ จำกัด โดยนำเส้นใย sliver มาบรรจุในกระบอกของเครื่องปั่นด้าย เส้นด้ายที่ผลิตได้จะมีลักษณะเป็นเส้นด้ายแฟนซีและให้ผิวสัมผัสที่นุ่ม จากนั้นนำเส้นด้ายใยก้านบัวหลวงผสมฝ้ายไปตีเกลียวควบกับเส้นด้ายฝ้ายด้วยเครื่อง twisting เป็นเกลียว Z จำนวน 6.8 เกลียว เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้แก่เส้นด้าย

 

57_th_3_002

(ซ้าย- ขวา) การแยกเส้นใยจากก้านบัวหลวงและผลิตเป็นเส้นด้ายผสมฝ้าย  / เส้นด้ายใยก้านบัวหลวงผสมฝ้ายมีลักษณะเป็นเส้นด้ายแฟนซี ให้สัมผัสที่นุ่ม / ผืนผ้าจากเส้นใยบัวหลวงที่เกิดจากการทอเส้นด้ายฝ้ายสีน้ำตาล และเส้นด้ายใยก้านบัวหลวงผสมฝ้ายเบอร์ C 20

 

กระบวนการผลิตผ้าทอจากเส้นด้ายใยก้านบัวหลวงผสมฝ้าย

ผ้าทอจากเส้นใยธรรมชาติจะมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยใช้การออกแบบลักษณะของเส้นด้าย(แฟนซี) ให้มีความแตกต่างไปจากเส้นด้ายทั่วไป ผืนผ้าที่ได้จะมีผิวสัมผัสและความไม่สม่ำเสมอในพื้นผิว ในการผลิตผ้าทอได้ใช้เครื่องทอเรเพียร์ (rapier) โดยเริ่มจากการสืบเส้นด้ายยืนเข้ากับแกนม้วนด้ายยืน ร้อยด้ายเข้าตะกอและฟันหวีแต่ละชุด โดยใช้เส้นด้ายฝ้ายเบอร์ C 32 และใช้หวีเบอร์ 64 แซก 2/3 หน้าหวี 69.5 นิ้ว ความกว้างหน้าผ้า 71 นิ้ว ใช้เส้นด้ายพุ่งสองชนิดในการทอ คือ เส้นด้ายฝ้ายสี น้ำตาล และเส้นด้ายใยก้านบัวหลวงผสมฝ้ายเบอร์ C 20 ผ้าทอที่ได้เหมาะที่จะนำไปตัดเย็บเป็นผลิตภัณฑ์เคหะสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม เช่น ผ้าคลุมไหล่ ผ้าพันคอ ผ้าตัดเสื้อ และผ้าสำหรับเครื่องแต่งกายชาวมุสลิม เป็นต้น ทั้งนี้ในเชิงอุตสาหกรรมและเชิงพาณิชย์ควรมีการสนับสนุนการพัฒนาผลิตเส้นใยบัวหลวงอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดโอกาสให้กับเส้นใยที่มีอัตลักษณ์ที่โดดเด่น จากวัตถุดิบที่มีคุณค่าทางจิตใจในพุทธศาสนา อย่างเช่นดอกบัวหลวงนี้ต่อไปในอนาคต

 

งานวิจัยนี้เป็นความร่วมมือในการพัฒนาเส้นใยธรรมชาติ เพื่อหาแนวทางการผลิตในระดับอุตสาหกรรมของทางสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ร่วมกับ บริษัท ไทยนำโชคเท็กซ์ไทล์ จำกัด โดยการสนับสนุนภายใต้โครงการการพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทออย่างครบวงจร ของสำนักปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และขอขอบคุณนายประจักษ์ แอกทอง ผู้เชี่ยวชาญของสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ที่เป็นผู้ให้คำปรึกษาแนะนำในการวิจัยพัฒนาโครงการ การพัฒนาผลิตภัณฑ์เส้นใยก้านบัวหลวงในเชิงอุตสาหกรรม

 

โดย ดร. ชาญชัย สิริเกษมเลิศ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมเทคโนโลยี สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ และ นายประจักษ์ แอกทอง


คลิกเพื่ออ่านนวัตกรรมเส้นใยรักษ์โลก : เส้นใย Polylactic Acid (PLA)

คลิกเพื่ออ่าน นวัตกรรมเส้นใยรักษ์โลก : เส้นใยสับปะรด (Pineapple fibers)