Switch to: uk
27 April 2017 09:28AM

ภารกิจท้าทายมยุรี ณ รังศิลป์

17 Oct 12 ,  TTIS Textile Digest
  • 0

นายกสมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ใยสังเคราะห์วอนรัฐช่วยเรื่อง Anti-dumping ทำสมาชิกส่งออกลำบาก อยากให้ผู้ผลิตรวมถึงผู้บริโภครับรู้ว่าใยสังเคราะห์ไม่ได้ด้อยกว่าใยธรรมชาติ

 

77_th_1_001

 

“อยากเห็นคนไทยใส่เสื้อที่มีสัดส่วนผลิตมาจากใยสังเคราะห์ 50% ก็ภูมิใจนายกสมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ใยสังเคราะห์คุณมยุรี ณ รังศิลป์ กล่าว ประกาศขอทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงแทนสมาชิกที่มีเพียง 12 ราย แต่สามารถทำรายได้ในการส่งออกให้กับประเทศไทยในอันดับต้นๆ โดยปีที่แล้วการส่งออกเส้นใยสังเคราะห์มีมูลค่าถึง 922.8 ล้านเหรียญสหรัฐ

 

“แม้จำนวนสมาชิกของเราจะน้อย แต่ผลิตภัณฑ์เส้นใยสังเคราะห์สามารถส่งออกติดลำดับต้นของประเทศแต่สมาชิกของเรากลับไม่เคยได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐจึงขออนุญาติเป็นกระบอกเสียงแทนสมาชิก ส่งเสียงให้หน่วยงานที่รับผิดชอบได้ยิน และหันกลับมาดูแลบ้าง”

 

คุณมยุรี กล่าวต่อไปว่าประเด็นที่สมาชิกต้องการได้รับความช่วยเหลือคืออย่างเร่งด่วนคือ อยากให้ภาครัฐมีมาตรการ safe guard ปกป้องอุตสาหกรรมใยสังเคราะห์ เนื่องจากสมาชิกโดนคู่ค้าในหลายประเทศกล่าวหาว่าทุ่มตลาด Anti-dumping

 

“สมาชิกเราโดนกันเยอะมาก ต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว อย่างสองปีก่อนบราซิลเคยเป็นตลาดใหญ่ของเรยอน แต่พอบราซิลใช้มาตรการanti –dumping ตลาดตรงนี้หายไปเลย หรือแม้แต่กรณีที่ไทยมีการทำ FTA กับหลายประเทศ แต่ประเทศอื่นส่งเส้นใยเข้ามาบ้านเราเสียภาษีเป็น 0ในขณะที่สมาชิกเราส่งเส้นใยไปยังประเทศเหล่านั้นกับยังต้องเสียภาษี เพราะรัฐบาลเขามีการทำ safe guard แต่รัฐบาลเราไม่มีการทำ safe guardพวกเราต้องลดราคา เหมือนกับหั่นเนื้อตัวเอง เพื่อให้สู้กับประเทศคู่แข่งได้”

 

“อีกกรณีคือ เรื่องการเปิดเผยข้อมูลตัวเลขนำเข้าส่งออกถ้าหากในประเทศมีผู้ผลิตเพียงรายเดียวอย่างอะคริลิคกับเรยอน ถ้าเป็นไปได้อยากให้ข้อมูลตรงนี้มี back officeถ้าใครต้องการให้ติดต่อกรมศุลกากร เพราะเมื่อคู่แข่งเห็นตัวเลขเหล่านี้สามารถคำนวณราคา แล้ว dump แข่งกับเราได้ส่วนในแง่การตลาดอยากให้กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศช่วยนัดผู้ซื้อที่เป็นผู้ผลิตตัวจริงให้กับพวกเราเพื่อทำ business matchingสุดท้ายคืออยากให้ภาครัฐช่วยส่งเสริมในเรื่องการวิจัยและพัฒนา”

 

ใยสังเคราะห์

ฟังก์ชั่นงานที่หลากหลาย

คุณมยุรี กล่าวว่าอุตสาหกรรมสิ่งทอไม่ได้จำกัดแค่เสื้อผ้าเท่านั้น ยังสามารถนำไปต่อยอดกับอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้อีกมากมายซึ่งทางอุตสาหกรรมต้นน้ำมีการลงทุนวิจัยและพัฒนาเส้นใยที่มีฟังก์ชั่น ที่สามารถนำไปใช้กับอุตสาหกรรมอื่นๆ อาทิ อุตสาหกรรมรถยนต์

“บ้านเราโชคดีที่มีอุตสาหกรรมสิ่งทอครบวงจร แต่บางครั้งขาดการเชื่อมโยง อย่างต้นน้ำผลิตเส้นใยที่เป็นฟังก์ชั่นออกมา แล้วต้องส่งออกต่างประเทศเพื่อผลิตเป็นสินค้าราคาแพง แล้วส่งกลับมาจำหน่ายในเมืองไทย อย่างเช่น safety belt หรือคาร์บอนไฟเบอร์ สมาชิกฯ ของเราก็สามารถผลิตได้

 

อยากให้ผู้ประกอบการที่อยู่กลางน้ำและปลายน้ำ รวมถึงผู้บริโภคเปลี่ยนทัศนคติ เข้าใจว่าเส้นใยสังเคราะห์ มีฟังก์ชั่นการใช้งานไม่ได้ด้อยกว่าเส้นใยธรรมชาติ แต่อาจเป็นเพราะการตลาดทำให้ฝ้ายติดอยู่ในใจผู้บริโภค ซึ่งในความเป็นจริงคนในวงการจะทราบว่า ซื้อฝ้าย 1 กิโลกรัม นำใช้ได้จริง 50%  แต่ถ้าซื้อใยสังเคราะห์ในปริมาณเท่ากันนำไปใช้ได้จริง 100%และในกระบวนการผลิตทำลายสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าเส้นใยธรรมชาติ ประเทศไทยอาจไม่ต้องเสียเงินเพื่อนำเข้าใยธรรมชาติ ใช้เส้นใยสังเคราะห์ที่มีในประเทศทดแทนได้”

 

รวมพลังสิ่งทอเป็นหนึ่งเดียว

สำหรับการมารับตำแหน่งนายกสมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ใยสังเคราะห์ครั้งนี้คุณมยุรี กล่าวว่าเป็นภาระที่หนักมาก อย่างไรก็ตามต้องให้เครดิตกับสมาชิกที่มีความแข็งแรง ช่วยเหลือตัวเองมาตลอด ในภารกิจสองปีนี้ ยินดีที่จะเข้าหาพบปะกับสมาชิกแบบตัวต่อตัว

 

“ขอทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้สมาชิก แม้อาจเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้มาก อย่างน้อยสุดก็ใช้เวทีตรงนี้ในการสื่อสารเป็นตัวแทนระหว่างสมาชิกกับภาครัฐ รวมไปถึงสมาคมต่างๆ ในสิ่งทอ หรือภาคเอกชน ที่ต้องทำงานประสานกับอุตสาหกรรมต้นน้ำ ว่าเราเป็นหุ้นส่วนกัน ขอให้คิดว่าเส้นใยเหมือนกับรากต้นไม้ ถ้ารากไม่แข็งแรงต้นไม่ก็ไม่เติบโต  แต่ถ้าคุณาพของรากดี แข็งแรง จะส่งผลให้มีสิ่งดีๆ ไปสู่ต้น ใบ อยากให้อุตสาหกรรมสิ่งทอเป็นต้นไม้เดียวกัน

 

“อย่างไรเครื่องนุ่งห่มก็เป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ของมนุษย์ อุตสาหกรรมสิ่งทอไม่ sunsetเพียงแต่ต้องเปลี่ยนค่านิยมให้กับเด็กรุ่นใหม่ที่จะก้าวมาสืบทอดกิจการครอบครัว หันมาใช้เทคโนโลยี ใช้อัตลักษณ์ความเป็นไทย ความคิดสร้างสรรค์ ทำให้อุตสาหกรรมสิ่งทอเติบโตไปได้”คุณมุยรี กล่าวทิ้งท้าย

 

สุภาษิตที่ว่า รวมกันเราอยู่ แยกหมู่เราตายยังคงใช้ได้ดี