Switch to: uk
29 May 2017 23:13PM

สมศักดิ์ ศรีสุภรวาณิชย์ สิ่งทอไทยจะยั่งยืน ถ้ายึดหลัก “แฟชั่นเทรนด์”

26 Sep 12 ,  TTIS Textile Digest
  • 0

ประธานสหพันธ์อุตสาหกรรมสิ่งทอแห่งประเทศไทย มั่นใจอุตสาหกรรมสิ่งทอไทยยั่งยืน แต่ต้องนำหลักการทำธุรกิจ เพิ่มคำว่า “แฟชั่นเทรนด์”ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมสิ่งทอควรศึกษาทุกเซกเมนต์ที่เกี่ยวข้องพร้อมทั้งสร้างทายาทธุรกิจไว้สานต่อกิจการ

 

Somsak

 

คุณสมศักดิ์  ศรีสุภรวาณิชย์ประธานสหพันธ์อุตสาหกรรมสิ่งทอแห่งประเทศไทย ประธานกลุ่มสิ่งทอ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมอุตสาหกรรมทอผ้าไทยเผยถึงทิศทางของอุตสาหกรรมสิ่งทอไทยว่า ต้องพัฒนาสินค้าและขยายตลาด ฉวยความได้เปรียบใน AEC เป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าสิ่งทอในอาเซียน

 

เร่งขยายตลาด

คุณสมศักดิ์เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนกรกฎาคม 2555 สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของไทยมีมูลค่าการส่งออกรวมทั้งสิ้น4,205.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯขยายตัวลดลงร้อยละ15.42เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี2554 โดยสินค้าสิ่งทอมีมูลค่าการส่งออก 2,444.5ล้านเหรียญสหรัฐฯขยายตัวลดลงร้อยละ18.4ประเภทสิ่งทอที่มีมูลค่าการส่งออกมากที่สุดได้แก่ผ้าผืนมีมูลค่าส่งออก823.7ล้านเหรียญสหรัฐฯขยายตัวลดลงร้อยละ14.29รองลงมาคือเส้นด้ายมีมูลค่าส่งออก482.50ล้านเหรียญสหรัฐฯขยายตัวลดลงร้อยละ32.68และเส้นใยประดิษฐ์มีมูลค่าส่งออก467.90ล้านเหรียญสหรัฐฯขยายตัวลดลงร้อยละ13.69

 

ส่วนเครื่องนุ่งห่มมีมูลค่าการส่งออกรวมทั้งสิ้น 1,761.2ล้านเหรียญสหรัฐฯขยายตัวลดลงร้อยละ 10.90

ประเภทเครื่องนุ่งห่มที่มีมูลค่าการส่งออกมากที่สุดคือเครื่องนุ่งห่มที่ทำจากฝ้ายมีมูลค่า548.3ล้านเหรียญสหรัฐฯขยายตัวลดลงร้อยละ18.86รองลงมาคือเครื่องนุ่งห่มที่ทำจากเส้นใยประดิษฐ์มีมูลค่า504.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯขยายตัวลดลงร้อยละ0.13

 

คุณสมศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า “การส่งออกของสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มเติบโตขึ้นทุกปี แม้ต้นปีนี้จำนวนตัวเลขลดลงไปเกิดจากราคาฝ้ายในตลาดโลกปีที่แล้วพุ่งขึ้นสูงสุดในประวัติศาสตร์ และปีนี้ราคาได้ลดต่ำลงมามาก อีกทั้งเหตุการณ์อุทกภัย(น้ำท่วม)ปลายปีที่แล้ว รวมถึงวิกฤติเศรษฐกิจในยุโรป แต่หลังจากเดือนพฤษภาคมยอดการสั่งซื้อเพิ่มมากขึ้น”

 

“โดยเฉพาะในตลาดญี่ปุ่น มีกรอบความร่วมมือตามความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย – ญี่ปุ่น JTEPAในส่วนของอุตสาหกรรมสิ่งทอมีโครงการพัฒนาผ้าผืน/เสื้อผ้าสำเร็จรูปสู่ตลาดญี่ปุ่น เริ่มตั้งแต่ปี 2550 มีผู้เชี่ยวชาญจากญี่ปุ่นมาแนะนำการผลิตผ้าผืนให้ตรงกับความต้องการของตลาดญี่ปุ่น ทำให้ยอดการส่งออกไปประเทศญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นทุกปีเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาได้มีการประชุมระหว่าง Ministry of Economy of Trade and Industry (METI) ประเทศญี่ปุ่นกับ กรมส่งเสริมส่งออก กระทรวงพาณิชย์ สหพันธ์อุตสาหกรรมสิ่งทอแห่งประเทศไทยและสหพันธ์สิ่งทอประเทศญี่ปุ่น

 

“ฝ่ายญี่ปุ่นแนะนำให้ไทยเป็นฐานการผลิตผ้าสำเร็จรูป ส่งไป4 ประเทศกัมพูชา ลาว พม่าและเวียดนาม เพื่อตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าส่งตลาดญี่ปุ่นโดยไม่เสียภาษีขณะนี้สหพันธ์ได้ร่วมมือกับกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ และสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ (THTI)ในการศึกษาข้อมูลตลาดในเชิงลึก เพื่อที่จะได้พัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าในตลาดนั้นๆ

 

ขณะเดียวกันผู้ประกอบการควรมองหาตลาดเปิดใหม่  เช่นกลุ่มBIMSTECตลาดแอฟริกาตลาดตะวันออกกลาง เป็นต้น อย่างประเทศอินเดียอยู่ในกลุ่มของ BIMSTECซึ่งมีประชากร 1,200 ล้านคน เป็นประเทศที่มีกำลังซื้อสูงถ้าเราผลิตสินค้าตาม “แฟชั่นเทรนด์” ก็สามารถขยายตลาดเพิ่มขึ้นได้

 

ศูนย์กลางกระจายสินค้าสิ่งทอในอาเซียน

ในปี 2558 ที่จะรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนนั้น คุณสมศักดิ์ กล่าวว่าประเทศไทยมีความได้เปรียบทางด้านภูมิศาสตร์ เหมาะที่จะเป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้า รวมทั้งอุตสาหกรรมสิ่งทอมั่นใจว่าถ้ารัฐบาลและเอกชนให้ความร่วมมือจะทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้าได้

 

“ตอลดเวลาที่ผ่านมาประเทศไทยมีความได้เปรียบตลาดอื่นของอาเซียนในเรื่อง คุณภาพสินค้าความปราณีต ความซื่อสัตย์ จนกลายเป็นจุดแข็งนอกจากนี้ไทยยังมีสถาบันการศึกษาที่ผลิตบุคคลากรที่มีความสามารถในด้านสิ่งทอ และผลิตดีไซน์เนอร์จำนวนมากสามารถสร้างแบรนด์เองมากขึ้นและสร้างชื่อเสียงทั้งในและต่างประเทศแต่ในปัจจุบันประเทศไทยมีแรงงานที่จะเข้าสู่อุตสาหกรรมลดน้อยลง อีกทั้งค่าแรงสูงขึ้นจึงต้องพยายามรักษาจุดแข็งพร้อมสร้างโอกาสให้กับอุตสาหกรรมมากขึ้น ด้วยการพัฒนานวัตกรรมและ High Technology

 

“ทุกอย่างมีความได้เปรียบและเสียเปรียบ เราควรศึกษาจุดแข็ง และจุดอ่อนของแต่ละประเทศ เช่น เวียดนาม ปัจจุบันมีอุตสาหกรรมต้นน้ำ(ผลิตภัณฑ์ใยสังเคราะห์และเส้นด้าย)และปลายน้ำ(เครื่องนุ่งห่ม)ที่เข้มแข็งจำนวนมากแต่ยังขาดอุตสาหกรรมกลางน้ำ(โรงทอและฟอกย้อม)เรามีโอกาสที่จะส่งผ้าผืนให้กับประเทศเวียดนามเพื่อตัดเย็บส่งออก ซึ่งเวียดนามมีประชากรประมาณ 90 ล้านคน ค่าแรงไม่สูง ทำให้อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทยย้ายฐานการผลิตไปตั้งที่เวียดนามส่วนมาเลเซียมีค่าแรงสูงเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน เป็นเหตุให้รัฐบาลสนับสนุนอุตสาหกรรมไฮเทคโนโลยีมากกว่าอุตสาหกรรมสิ่งทอทางด้านพม่า นักลงทุนทั่วโลกให้ความสนใจที่จะไปลงทุนเป็นอย่างมากเพียงแต่รอกฎหมายใหม่ที่ชัดเจน สำหรับประเทศไทยมีอุตสาหกรรมสิ่งทอครบวงจรมีทำเลที่ตั้งดี สะดวกแก่การเคลื่อนย้ายสินค้าจึงเหมาะที่จะเป็น ศูนย์กลางการกระจายสินค้าของอาเซียน”

 

มั่นใจสิ่งทอไทยยั่งยืน

เมื่อถามถึงอนาคตอุตสาหกรรมสิ่งทอไทยประธานสหพันธ์อุตสาหกรรมสิ่งทอแห่งประเทศไทย มั่นใจว่าอุตสาหกรรรมสิ่งทอในอนาคตมีความยั่งยืน ถ้าผู้ประกอบการทุกคนยึดในคำว่า “แฟชั่นเทรนด์”ใส่ความคิดสร้างสรรค์ ลงไปในการดำเนินธุรกิจ ผลิตสินค้าให้ตรงความต้องการของผู้บริโภคสิ่งทอไทยก็สามารถพัฒนาก้าวไกลอย่างไม่มีสิ้นสุด

 

นอกจากนี้อุตสาหกรรมสิ่งทอไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะเสื้อผ้าเท่านั้น ยังสามารถนำไปใช้งานกับอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้อีกหลากหลาย อาทิในอุตสาหกรรมรถยนต์ ในรถยนต์หนึ่งคันใช้ผลิตภัณฑ์สิ่งทอจำนวนมากเช่น เบาะรถ แอร์แบ๊ก ส่วนหุ้มหลังคา ตัวบอดี้ของรถ หรือใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง เช่น หลังคาผ้าใบ

 

“เพื่อความยั่งยืนของธุรกิจสิ่งทอ ควรสร้างผู้สืบทอดทางธุรกิจ มองหาบุคลากรรุ่นใหม่พร้อมนำความรู้เกี่ยวกับไอที เทคโนโลยี ที่ทันสมัยสามารถเข้าถึงข่าวสารทุกอย่างได้อย่างรวดเร็วที่สำคัญต้องเป็นผู้ที่มีจิตวิญญาณ รักในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มเพื่อพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง”

 

แน่นอนว่าการเริ่มต้นทำสิ่งใดที่มาจากความรัก ผลที่ตามมาก็จะประสบความสำเร็จไปแล้วกว่าครึ่ง