Switch to: uk
26 March 2017 21:27PM

กฎระเบียบการรีไซเคิลสิ่งทอที่สูญเปล่า

19 Apr 12 ,  just-style.com
  • 0

การรีไซเคิลสิ่งทอยังคงมีความสำคัญทั่วโลก บริษัทหลายแห่งมีเจตจำนงในกระบวนการผลิตเครื่องนุ่งห่มที่ใช้แล้วหรือเศษผ้า ดังนั้นรัฐบาลและภาคอุตสาหกรรมควรจะร่วมมือกันจัดตั้งกฎระเบียบการกำจัดสิ่งทอที่สูญเปล่า

 

69_th_4_001

 

ในยุโรป องค์กร waste framework directive:WFDจาก EU เป็นผู้กำกับดูแลเรื่องสิ่งทอรีไซเคิลตั้งแต่ ปี 2551 มีการส่งเสริมเรื่องสิ่งทอรีไซเคิล รวมถึงการแก้ไขอุปสรรคทางด้านการบริหารและกฎหมาย เพื่อที่จะพัฒนาเรื่องการรีไซเคิลสิ่งทอต่อไป

 

ภาคธุรกิจสิ่งทอเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีของสูญเปล่าเป็นหลัก สำหรับในประเทศกลุ่ม EU ของสูญเปล่าที่เกิดจากการไม่ใช้งานแล้ว หรือเอาไปทิ้งแล้ว (ซึ่งจัดเป็นผลิตภัณฑ์มือสอง) สามารถนำกลับเอาใช้ใหม่ได้

 

European Commission ต้องการทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องพิจารณาถึงเรื่องสิ่งทอรีไซเคิลโดยต้องการกระตุ้นตลาดรีไซเคิลให้มากกว่านี้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จากEuropean Commission แสดงความคิดเห็นว่าสิ่งทอรีไซเคิลไม่ใช่สิ่งจำเป็นตอนนี้ กฎหมายที่กำหนดขึ้นไม่ได้มีผลกระทบต่อการขนส่งเสื้อผ้าและสิ่งทอใช้แล้วระหว่างประเทศสมาชิก

 

กฎหมาย EU ได้กำหนดนัยยะว่าการค้าโลกที่นำหรือส่งออกจากประเทศในกลุ่ม EU เรื่องสิ่งทอรีไซเคิล โดยที่ประเทศสมาชิกได้นำนัยยะเกี่ยวกับสิ่งทอรีไซเคิลไปใช้คุ้มครองในประเทศของตน

 

ในขณะที่ WFD ไม่ได้กำหนดจำนวนเปอร์เซ็นต์สิ่งทอรีไซเคิลต่ำสุดที่นำไปใช้ได้อย่างแน่นอน (ไม่เหมือนกับพลาสติก เหล็ก และกระดาษที่มีการกำหนดอย่างชัดเจน) ทำให้แต่ละประเทศกำหนดการใช้สิ่งทอรีไซเคิลแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

กฎหมายข้อบังคับเป็นกฎหมายในประเทศซึ่งแสดงให้เห็นถึงทัศนคติของแต่ละประเทศที่มีต่อนโยบายการรีไซเคิล ประเทศเยอรมนีออกกฎหมายที่เข้มงวดมากที่สุดชื่อว่า Act to Promote the Recycling Economy and Secure the Environmentally Sound Management of Wastes เป็นบทบัญญัติที่นำออกมาใช้ในปี 2554 ว่าด้วยบังคับใช้วัสดุรีไซเคิล

 

กระทรวงสิ่งแวดล้อม ประเทศเยอรมนี กล่าวว่ากฎหมายนี้จะส่งเสริมการรีไซเคิลสิ่งทอ โดยการเก็บเสื้อผ้าที่ใช้แล้วไปเสนอให้กับบริษัทการค้า เพื่อให้ทั้งสองบริษัทมีข้อบังคับเข้มงวดเป็นอย่างเดียวกันเพื่อที่จะรีไซเคิลสิ่งทอในฐานะเป็นตัวแทนสาธารณะ แต่การปฏิบัติเช่นนี้ยังเป็นการทำโดยสมัครใจมากกว่า

 

นโยบายของรัฐบาลของสหราชอาณาจักรคือ การสูญเปล่าทางเศรษฐศาสตร์เท่ากับศูนย์ สิ่งของจากบ้านที่นำไปทิ้ง 40% ถูกนำมารีไซเคิล ในขณะที่ปี 2553 และ 2554 คิดเป็น 11%

 

สำหรับประเทศในกลุ่ม EU มีกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมจาก EUเรื่องการควบคุมการทิ้งเคมีภัณฑ์และของเสียอื่นๆจากโรงงานอุตสาหกรรม กฎหมายเหล่านี้นำมาใช้เพื่อการรีไซเคิลสิ่งทอมาแล้วหลายปี

 

ในสหราชอาณาจักร บทบัญญัติว่าด้วยการป้องกันสิ่งแวดล้อม (Environment Protection Act 1990) กำหนดว่าถ้าองค์กร หน่วยงานการกุศล ผู้มีอำนาจในท้องถิ่น หรือภาคธุรกิจส่งมอบเสื้อผ้าที่ใช้แล้วให้กับพ่อค้าสิ่งทอรีไซเคิล ผู้ที่นำของรีไซเคิลไปขายจะต้องตรวจสอบว่าตัวแทนผู้ค้ามีใบอนุญาตตามกฎหมายที่จะนำสิ่งของไปรีไซเคิลได้ ดังนั้น จึงมีสมาชิกในกลุ่ม Textile Recycling Association และเป็นผู้ถือสิทธิในการจัดการอนุญาต

 

กฎหมายของสหรัฐอเมริกา

ประเทศสหรัฐอเมริกาไม่มีกฎหมายจากสภาเพื่อการควบคุมการรีไซเคิลเสื้อผ้าและสิ่งทอ แต่องค์กร Environment and Projection Agency (EPA) ได้กล่าวไว้ใน just-style ว่า EPA ไม่มีกฎหมายและข้อบังคับเฉพาะเจาะจงเพื่อการรีไซเคิลเสื้อผ้า สิ่งทอ และของสูญเปล่าที่ได้จากการผลิตสิ่งทอและเสื้อผ้า อย่างไรก็ตาม การควบคุมของสูญเปล่าที่เป็นอันตรายในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มในสหรัฐฯ ได้รับการควบคุมโดยมาตรการการรักษาและการฟื้นฟู (Conservation and Recovery Act หรือ RCRA ซึ่งดูแลโดยหน่วยงาน Office of Resource Conservation and Recovery หรือORCR

 

RCRA ให้อำนาจ ORCR เพื่อควบคุมของเสียอันตรายที่ผลิตจากอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มภายในประเทศสหรัฐอเมริกา มาตรานี้บังคับตั้งแต่ใช้วัตถุดิบ การเก็บ การขนส่ง การปฏิบัติและกระบวนการกำจัดสิ่งของเสียอันตรายในขณะการผลิตสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม

 

กฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น มาตรการบำบัดน้ำ (Clean Water Act หรือ CWA) การป้องกันมลภาวะอันเกิดจากน้ำมัน (The federal off Oil Pollution Prevention Regulations) มาตราบำบัดอากาศ (the Clean Air Act) และ การควบคุมสารอันตราย (The Toxic Substance Control Act)

 

EPA กล่าวว่า สิ่งทอ 2 ล้านตันที่ได้จากการผลิตทั้งหมด 13.1 ล้านตันที่ผลิตในสหรัฐเมื่อปี 2553 นำไปรีไซเคิลและส่งออกให้กับประเทศที่กำลังพัฒนาในรูปแบบของสินค้ามือสองหรือรีไซเคิลในวิธีการอื่นๆ

 

อาสาสมัครรีไซเคิลในประเทศญี่ปุ่น

ถึงแม้ว่าประเทศญี่ปุ่นจะได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและมีกฎหมายควบคุมสิ่งแวดล้อมจากรัฐบาล แต่สำหรับกฎหมายควบคุมการรีไซเคิลของเสียที่เกิดจากสิ่งทอแล้วยังไม่มีกฎข้อบังคับใช้

 

Makaki Takao, COO แห่ง Japan Environment Planning แสดงความคิดเห็นว่าเพราะบริษัทในญี่ปุ่นมีนโยบายการรีไซเคิลโดยความสมัครใจ ผู้ผลิตสิ่งทอในญี่ปุ่นและร้านค้าปลีกเห็นว่าไม่จำเป็นต้องมีกฎหมายเพื่อการรีไซเคิลสำหรับสินค้าใช้แล้วรวมถึงผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากของการสูญเปล่าจากการผลิตสิ่งทอ อย่างไรก็ตามในอนาคตอาจจะมีกฎหมายบังคับใช้

ในปัจจุบัน ตามนโนบายของกระทรวงสิ่งแวดล้อม ของสูญเปล่าที่เกิดจากการผลิตสิ่งทอในญี่ปุ่นจำนวน 85% ถูกนำไปเผา วัตถุดิบ 11%นำไปใช้เป็นผ้าทำความสะอาดเครื่องจักร หรือไม่ก็นำไปใช้ในการตกแต่งรถยนต์ ส่วนที่เหลือนำไปขายเป็นของมือของ ส่วนมากจะนำไปขายในต่างประเทศ

 

ตัวเลขการรีไซเคิลสิ่งทอในญี่ปุ่นยังต่ำอยู่ เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมอื่น เช่น กระป๋องเหล็กที่ใช้แล้ว 88% และกระป๋องอะลูมิเนียมที่ใช้แล้ว 93.4% ถูกนำไปรีไซเคิลทุกปี

 

ผู้ตัดเย็บเสื้อผ้ากล่าวว่า ถ้ามีการบังคับใช้การรีไซเคิลเสื้อผ้าเมื่อไรจะเป็นภาระหนัก อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่มีร้านค้าของตัวเอง และการไปหาเสื้อผ้าที่ใช้แล้วจะทำให้เกิดต้นทุนสูง

 

Takao กล่าวว่า ถ้ามีกฎหมายการรีไซเคิลใหม่เกิดขึ้น ธุรกิจสิ่งทอจำเป็นต้องหาบริษัทที่ช่วยเอาท์ซอร์สวัสดุรีไซเคิล เพราะพวกเขาไม่สามารถทำได้โดยตนเองเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

 

ในปัจจุบัน รัฐบาลยังไม่มีแผนการใดในการบังคับกฎหมายให้บริษัทสิ่งทอต้องกระทำการรีไซเคิล