Switch to: uk
25 March 2017 23:58PM

เส้นใยผสมถ่านกัมมันต์ และ เส้นใยกล้วย งานวิจัย THTI รับรางวัล DEmark

17 Sep 09 ,  TTIS TextileDigest
  • 0
สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ พัฒนาโครงการวิจัยผลิตภัณฑ์ Coconut chacoal in Polyester Fibers
และ เส้นใยกล้วย จนได้รับรางวัล Design Excellence Award 2009 (DEmark 2009) จากสำนักพัฒนาผลิตภัณฑ์และเพิ่มมูลค่าสินค้า กรมส่งเสริมการส่งออก
exportaward2009_001.jpg  
"คณะกรรมการเห็นว่าเส้นใยพอลิเอสเตอร์ผสมถ่านกัมมันต์และเส้นใยกล้วยเป็นนวัตกรรมด้านสิ่งทอ" คุณวิรัตน์ ตันเดชานุรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ กล่าวถึงผลิตภัณฑ์ที่ได้จากโครงการวิจัยที่สถาบันฯ ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและภาคเอกชน นั่นคือ เส้นใยพอลิเอสเตอร์ผสมถ่านกัมมันต์ (Coconut chacoal in Polyester Fibers) และ ผลิตภัณฑ์เส้นใยกล้วย ที่ได้รับรางวัล สินค้าไทยที่มีการออกแบบดี ประจำปี 2552 หรือ Design Excellence Award 2009 (DEmark 2009) จาก สำนักพัฒนาผลิตภัณฑ์และเพิ่มมูลค่าสินค้า กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นโครงการภายใต้รางวัลผู้ส่งออกสินค้าและบริการดีเด่น Prime Minister's Export Award โดยมีพิธีประกาศเกียรติคุณและรับมอบรางวัลจากนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

เส้นใยพอลิเอสเตอร์ผสมถ่านกัมมันต์
เส้นใยพอลิเอสเตอร์ผสมถ่านกัมมันต์ หรือ Coconut chacoal in Polyester Fibers นวัตกรรมที่เกิดจากการนำผงถ่านกัมมันต์ที่ได้จากกะลามะพร้าวผสมเข้าไปในเส้นใยพอลิเอสเตอร์
exportaward2009_004.jpg
"โดยปกติถ่านเป็นตัวดูดซับกลิ่น ดูดซับความชื้นอยู่แล้ว ถ้าเราเอาถ่านไปผสมกับสิ่งทอ สิ่งทอนั้นก็จะดูดซับความชื้นได้ดี ทำให้ระบายเหงื่อได้เร็ว และไม่ก่อให้เกิดแบคทีเรีย ไม่มีกลิ่น ประเทศไทยมีโรงงานผลิตเส้นใยสังเคราะห์อยู่ 17 ราย เราผลิตเส้นใยสังเคราะห์อยู่สี่ตัวคือ พอลิเอสเตอร์ ไนลอน อะครีลิค แล้วก็เรยอน ในสี่ตัวนี้เราผลิตพอลิเอสเตอร์มากที่สุด ราว 90% เพราะฉะนั้นเราพยายามใช้พอลิเอสเตอร์ให้เกิดประโยชน์ที่สุด คือเอามาผสมกัมมันต์ที่ได้จากการเผากะลามะพร้าว เส้นใยที่ได้จะเป็นสีเทาๆ พอเอาไปทำเสื้อผ้ามันก็กลายเป็นสีเอิร์ธโทน ก็มีบริษัทญี่ปุ่นสนใจนำตัวนี้ไปพัฒนาต่อเป็นเชิงพาณิชย์" ผู้อำนวยการสถาบันฯ อธิบาย ผลที่ได้ทำให้คณะกรรมการพิจารณารางวัล DEmark 2009 มองว่าผลิตภัณฑ์นี้เป็นนวัตกรรม สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างดี

ผลิตภัณฑ์เส้นใยกล้วย
คุณวิรัตน์กล่าวถึงที่มาของผลิตภัณฑ์เส้นใยกล้วยว่า เนื่องจากประเทศไทยมีการปลูกกล้วยจำนวนมาก สถาบันฯ จึงคิดว่าหากสามารถผลิตเส้นใยจากกาบกล้วยได้จะเกิดประโยชน์มาก จึงได้ร่วมมือกับ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร และ บริษัท ทีทีแอล อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) พัฒนาเส้นใยกล้วยจนประสบความสำเร็จ

"เราพัฒนาโดยการเอากาบกล้วยมาขูดแล้วปั่นเป็นเส้นด้าย แล้วเอาไปย้อม ไปทอ การที่เรานำเส้นใยกล้วยมาผสมกับฝ้ายและเรยอน ทำให้ได้ผ้าที่มีคุณสมบัติสูงขึ้น เนื่องจากใยกล้วยมีคุณสมบัติเรื่องความเหนียวหรือความแข็งแรงมีสูงมาก แต่ฝ้ายมีคุณสมบัติในการซับน้ำ ดูดน้ำ เมื่อผสมกับใยกล้วยจะทำให้ความเหนียวและความแข็งแรงของฝ้ายเพิ่มขึ้น แต่ใยกล้วยที่ได้ยังมีความแข็งกระด้างอยู่พอสมควร ก็ต้องมีการทำฟินิชชิ่ง (ตกแต่งสำเร็จ) ต้องวิจัยต่อว่าจะทำอย่างไรให้ใยกล้วยนุ่มเหมือนฝ้าย และพัฒนาให้มีคุณสมบัติดียิ่งขึ้น" สำหรับการต่อยอดในเชิงพาณิชย์นั้น ขณะนี้มีการนำเส้นใยกล้วยไปผลิตต้นแบบในรูปของเสื้อ และ home textile
164_de_mark.jpg
THTI เน้นบทบาทงานวิจัย
คุณวิรัตน์ กล่าวด้วยว่า จากนี้ไปสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอจะเน้นบทบาทงานวิจัยและพัฒนามากขึ้น เนื่องจากเห็นว่างานวิจัยและพัฒนาจะสร้างความแปลกใหม่ให้กับอุตสาหกรรม โดยสินค้านวัตกรรมของสถาบันฯ ที่ออกสู่ท้องตลาดแล้วคือ ผ้าที่ใช้ซิลเวอร์นาโน ไม่ก่อให้เกิดแบคทีเรีย ผ้าปูที่นอนป้องกันไรฝุ่น เสื้อผ้ากันยุง และที่กำลังจะออกสู่ท้องตลาดคือสิ่งทอที่ใช้เสริมแรง เป็นผ้าเสริมแรงที่ทำให้แข็งแรงมากกว่าเหล็ก แต่น้ำหนักเบากว่า เหมาะสำหรับงานก่อสร้าง
 "ปีนี้สถาบันฯ จะมีนวัตกรรมออกมาอีกกว่า 20 รายการ เวลาเราทำวิจัยโครงการอะไรเรามีการประชาสัมพันธ์และเชิญชวนให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมงานเสมอ เราพยายามสร้างเอกชนให้มีงานวิจัยในโรงงาน เมื่อมาร่วมงานวิจัยกับเราแล้วเขาอาจจะไปสร้างแผนกวิจัยเล็กๆ ในโรงงาน เมื่อทำวิจัยแล้วเกิดประโยชน์เขาก็จะเติบโตไปเรื่อยๆ สุดท้ายเขาสามารถไปขอส่งเสริมการลงทุนได้ มันจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง และสุดท้ายมันต้องไปสอดรับกับเป้าหมายของเราที่ว่าผลิตภัณฑ์นั้นต้องออกไปเป็นเชิงพาณิชย์ให้ได้" คุณวิรัตน์ อธิบาย

ทั้งนี้ โครงการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ เกิดขึ้นเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการส่งออกสิ่งทอไทย เนื่องจากเห็นว่าการทำธุรกิจสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มมีการแข่งขันสูงมาก ไม่เพียงแต่การผลิตสินค้าคุณภาพดี ราคาแข่งได้ และการส่งมอบที่ตรงเวลา หากยังต้องผลิตสินค้าที่แตกต่างจากคู่แข่ง
"เราจะสร้างสินค้าให้มีความหลากหลาย ให้มีความแตกต่างได้ ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีงานวิจัยและพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวกับตัววัสดุสิ่งทอ ทั้งเส้นใย เส้นด้าย ผ้าผืน และการตกแต่งสำเร็จว่าจะมีประโยชน์ใช้สอยอย่างไร สถาบันฯ คิดเป็นว่าตรงนี้คือจุดขายที่สำคัญ ก็เลยคิดเรื่องการทำวิจัยและพัฒนา หรือนำผลงานวิจัยและพัฒนาที่มีอยู่แล้วไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์ นอกจากนั้นหลักเกณฑ์ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ ต้องใช้วัสดุภายในประเทศ" ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ กล่าวย้ำ
ผู้ประกอบการสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มที่สนใจเข้าร่วมโครงการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์กับสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ สามารถติดต่อได้ที่ 0-2713-5492-9 อีเมล This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it