Switch to: uk
28 June 2017 13:18PM

ไทยนำโชคเท็กซ์ไทล์ ผู้นำนวัตกรรมใยธรรมชาติ

05 Feb 13 ,  ttistextiledigest.com
  • 0

จากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่แนวคิด Nature is Future ต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ ที่ตอบโจทย์ทั้งลูกค้าและสังคม กวาดรางวัลมากมาย ล่าสุดผลงานการออกแบบผ้าผืนและเส้นด้ายจากใยธรรมชาติคว้ารางวัล G-Mark 2012 ประเทศญี่ปุ่น เตรียมสร้างแบรนด์สินค้าสำเร็จรูปในอีก 5 ปี

 

Nature is Future

จากธุรกิจทอผ้าโสร่งพม่าในปี 2526 ขยายสู่ผ้าสำหรับอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม เคหะสิ่งทอ รองเท้ากระเป๋า และผ้าสำหรับอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่เผชิญกับคลื่นลมมรสุมธุรกิจเป็นระลอก ด้วยแนวคิดที่ต้องการบริหารธุรกิจให้ยั่งยืนแบบถาวรไม่ใช่แค่การประคองธุรกิจให้อยู่รอดเท่านั้น บริษัทจึงพัฒนาสร้างธุรกิจที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

 

81_th_1_002

คุณบัณฑิต พงศาโรจนวิทย์ แนวคิดการทำธุรกิจของบริษัท คือ Nature is Future: ธรรมชาติคืออนาคต


“เป้าหมายของผมคือต้องบริหารองค์กรให้อยู่รอดต่อไปในธุรกิจสิ่งทออย่างยั่งยืน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องมีการพัฒนา จะหยุดนิ่งไม่ได้” คุณบัณฑิต พงศาโรจนวิทย์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ไทยนำโชคเท็กซ์ไทล์ จำกัด กล่าวพร้อมกับเผยถึงแนวคิดการทำธุรกิจของบริษัท คือ Nature is Future: ธรรมชาติคืออนาคต

 

จากการสังเกตพบว่า เทคโนโลยีหรือสิ่งประดิษฐ์หลายๆ อย่างในปัจจุบันนั้นเลียนแบบคุณสมบัติของธรรมชาติ ยกตัวอย่างในสิ่งทอ คือ โพลิเอสเตอร์เลียนแบบคุณสมบัติของฝ้าย เรยอนเลียนแบบคุณสมบัติของไหม อะคริลิคเลียนแบบคุณสมบัติของขนสัตว์ อีกทั้งภูมิปัญญาชาวบ้านที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น อาทิ ความแข็งแรงและทนทานของใยกล้วย เมื่อเปียกน้ำเชือกกล้วยจะมีความแข็งแรงมากกว่าเดิมถึง 30 เท่า ชาวบ้านจึงนำมาทำเป็นเชือกใช้คล้องเรือ คล้องช้าง

 

บริษัทจึงนำสิ่งเหล่านี้มาผนวกเข้ากับความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เพื่อสร้างความแตกต่างให้กับธุรกิจ ตั้งแต่การใช้สีย้อมจากธรรมชาติ การนำวัสดุเหลือใช้จากธรรมชาติมาปั่นเป็นเส้นด้ายทอผ้า เพื่อลดการใช้สารเคมี สีสังเคราะห์ ได้สินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สร้างจุดแข็งให้องค์กร

 

“ถ้าเป็นเรื่องเทคโนโลยีเส้นใยที่ล้ำสมัยคงไปแข่งขันกับญี่ปุ่น ไต้หวัน ลำบาก เนื่องจากต้องมีการลงทุนสูง เราเลยมองว่ามีอะไรที่คนอื่นยังทำไม่ได้หรือยังไม่มีใครทำ มองไปที่วัสดุจากธรรมชาติ ประเทศไทยมีใยธรรมชาติมาก และใยธรรมชาติแต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติที่ดีอยู่ในตัว เช่น สับปะรดมีคุณสมบัติแอนตี้แบคทีเรีย ไม่จำเป็นต้องใส่สารเคมี บริษัทจึงเริ่มวิจัยเส้นใยธรรมชาติ ร่วมกับองค์กรต่างๆ อาทิ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ เพื่อผลิตเป็นสินค้าออกมาในเชิงอุตสาหกรรม”

 

ตอบโจทย์สังคม

หลังจากที่บริษัทได้นำเส้นใยธรรมชาติมาปั่นเป็นเส้นด้าย ทอเป็นผ้าผืน คุณบัณฑิต เปิดเผยต่อไปว่า ขั้นตอนต่อไปคือต้องการทราบความคิดเห็นมุมมองของคนอื่นที่มีต่อสินค้าจึงตัดสินใจส่งผลงานผ้าทอที่ผลิตจากใยกล้วย และใยข่า ประกวดเป็นครั้งแรกในปี 2553 ซึ่งผลงานดังกล่าวทำให้ในปีนั้นบริษัทได้รับถึง 3 รางวัล คือ หนึ่ง รางวัลพระราชทานในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รางวัลไทยสร้างสรรค์ สาขางานฝีมือและหัตถกรรม จากสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD สอง รางวัลชนะเลิศการออกแบบเชิงนวัตกรรม ด้านการออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม (Design Innovation Contest  2010 ของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ) และสามรางวัล DEmark  (The Winners of Design Excellence Award 2010)  ประเภท  Fashion Products ส่วนปี 2554 บริษัทได้รับรางวัล  Prime Minister’s Creative Award

 

ล่าสุดปี 2555 ผลงาน Woven Fabric From Blending Kapok, Silk And Cotton ได้รับรางวัล Good Design 2012 Award (G-Mark) จากสมาคมส่งเสริมการออกแบบของอุตสาหกรรมแห่งประเทศญี่ปุ่น และรางวัล Prime Minister’s Export Award 2012 สาขาประเภทสินค้าที่มีการออกแบบดี (Design Excellence Award)

 

“รางวัลเป็นเหมือนการการประชาสัมพันธ์บริษัท ทำให้คนรู้จักเรามากขึ้น ยกตัวอย่างที่ประชุม World Economic Forum on East Asia ที่ผ่านมา กระทรวงต่างประเทศ พบข้อมูลเราทางอินเตอร์เน็ตจึงติดต่อให้บริษัทนำผ้าผสมใยบัวไปทำเป็นผ้าพันคอมอบเป็นของที่ระลึกให้กับผู้นำแต่ละประเทศที่มาร่วมงาน อันนี้คือผลพลอยได้จากรางวัล”

 

81_th_1_001

ผลงานการออกแบบจากใยนุ่น

 

Marketing Point

เมื่อการได้รับรางวัลเหมือนเป็นการตอกย้ำถึงแนวทางการพัฒนาสินค้าของบริษัทว่าเดินมาถูกทาง บริษัทจึงหันมาการทำตลาดเชิงรุก เลือกตลาดในกลุ่มเสื้อผ้าและเคหะสิ่งทอ เน้นตลาดญี่ปุ่นกับยุโรป โดยไปร่วมแสดงสินค้าในงาน Japan creation รวมทั้งงาน Texworld ที่ปารีส

 

“ตอนนี้ feed back เริ่มดี ลูกค้าทราบว่าถ้าต้องการสินค้าที่ทำมาจากเส้นใยธรรมชาติพิเศษ ต้องมาที่บริษัท ไทยนำโชค โดยเฉพาะลูกค้าญี่ปุ่นให้การตอบรับดี จากที่บริษัทไปร่วมงาน Japan creation 2011 ซึ่งเป็นปีแรกที่ญี่ปุ่นเปิดให้ผู้ร่วมแสดงสินค้าจากต่างประเทศไปร่วมแสดงสินค้า เดือนพฤศจิกายนจะไปงาน Japan creation อีกครั้ง ไปประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องเพราะลูกค้าส่วนใหญ่ชอบสินค้า แต่ปัญหาคือยังไม่รู้จะเอาไปทำตลาดอย่างไร แล้วราคาค่อนข้างสูง ซึ่งเราก็ต้องไปแนะนำถึงความพิเศษของสินค้าเพื่อให้เขาสามารถนำไปคิดวิธีทำการตลาดต่อไป เพราะปัจจุบันผู้บริโภคจะซื้อสินค้าต่อเมื่อได้ประโยชน์ คุ้มค่ากับเงินที่ซื้อ”

 

81_th_1_003
รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ

 

สร้างแบรนด์ภายใน 5 ปี

คุณบัณฑิต กล่าวว่าสิ่งที่บริษัทพยายามทำในขณะนี้ไม่ใช่แค่การรองรับการก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเท่านั้น แต่เพราะมีเป้าหมายคือการรักษาธุรกิจให้อยู่รอดยืนยาวเป็นศตวรรษ ฉะนั้นแม้จะได้รับการยอมรับจากภายนอก แต่ถ้าภายในองค์กรขาดการร่วมมือหรือความเข้าใจที่เป็นหนึ่งเดียวแล้ว คงยากที่จะประสบความสำเร็จ

 

อย่างไรก็ตามบริษัท ยังคงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มาจากเส้นใยธรรมชาติชนิดต่างเพิ่มมากขึ้น อาทิ หมาก ตาล โดยหวังให้เป็นสินค้าหลักของบริษัท ขณะนี้กำลังร่วมมือกับบริษัทเครื่องจักรพัฒนาเครื่องปั่นด้ายขึ้นมา เพื่อทำให้สินค้าเป็นสีเขียวมากที่สุด

“ตอนแรกพนักงานหลายคนยังงง เราพยายามอธิบายให้ทุกคนเข้าใจและได้มีส่วนร่วม ซึ่งหลายๆ เรื่องได้ไอเดียจากลูกน้อง และเมื่อสิ่งที่พวกเขาทำได้รับรางวัลทำให้พวกเขาภูมิใจ โดยส่วนตัวไม่รู้สึกท้อแต่รู้สึกเหนื่อยมากกว่า คือ อย่างปัญหาวัตถุดิบบางตัว เช่น ปัจจุบันต้องมานั่งแยกสับปะรดเอง แทนที่จะแยกมาจากไร่ เพื่อประหยัดเวลาและค่าขนส่งซึ่งแพงมาก ใบสับปะรด 100 กิโลกรัมนำมาแยกเป็นใยได้เพียง 1 กิโลกรัมเท่านั้น”

 

“นอกจากเรื่องวัตถุดิแล้ว มีผู้เชี่ยวชาญหลายท่านแนะนำว่า ถ้าจะให้ประสบความสำเร็จ เราต้องผลิตสินค้าเป็น finish product แล้วสร้างแบรนด์ออกมา ส่วนตัวมองว่าไม่ใช่แค่สร้างแบรนด์เท่านั้น ยังต้องมีสถานที่จำหน่าย ตอนนี้ก็ค่อยๆ ปรับไปทีละอย่าง ก็คิดว่าน่าจะสร้างเป็นแบรนด์ขึ้นมาภายใน 5 ปี แต่ว่าจะสำเร็จได้ทั้งหมดหรือไม่ส่วนหนึ่งอยู่ที่ภาคเกษตรกรรมด้วย” คุณบัณฑิต กล่าวทิ้งท้าย

 

ด้วยความมุ่งมั่นไม่ย่อท้อ ที่จะหาจุดยืนของตนเอง เชื่อว่าชื่อของ ไทยนำโชคเท็กซ์ไทล์ คงอยู่ในธุรกิจสิ่งทอไปอีกนานเท่านาน